บทความ

ความรู้ ข่าวสาร ที่นักธุรกิจต้องรู้

ส่งตรงจากจีน

Recommend

  • Vipaporn

6 แบรนด์เครื่องใช้ภายในบ้านของจีนตอบโจทย์คนยุคใหม่ด้วยการใช้เทคโนโลยีนำสิ่งดี ๆ ถึงบ้าน


ด้วยยุคสมัยที่เปลี่ยนไปปฏิเสธไม่ได้ว่าเทคโนโลยีโดยเฉพาะอินเตอร์เน็ตเข้ามามีบทบาทกับชีวิตคนเรามากขึ้น ยิ่งเมื่อเกิดโรคระบาดแบบไม่มีใครคาดคิดมาก่อนแบบนี้ ยังโชคดีที่โลกพัฒนาไปไกลและความสะดวกต่าง ๆ ก็เกิดขึ้นเพราะอินเตอร์เน็ต นั่นทำให้บรรดาแบรนด์เครื่องใช้ภายในบ้านจีนได้นำเอาเทคโนโลยีเหล่านี้มาใช้อย่างเกิดประโยชน์

เรื่องนี้น่าสนใจและอยากเล่าสู่กันฟัง เพราะมันกำลังบ่งบอกว่าการทำธุรกิจยุคใหม่ ต้องอาศัยเทคโนโลยีและความทันสมัยเข้ามาเกี่ยวข้อง การยึดหลักการเดิม ๆ ของคนรุ่นเก่าอาจไม่ได้ผลอีกต่อไป

ธุรกิจเครื่องใช้ภายในบ้านจีนเสริมศักยภาพด้วยความทันสมัยจากเทคโนโลยี

การเติบโตอย่างต่อเนื่องในตลาดเครื่องใช้ภายในบ้านและเครื่องใช้ไฟฟ้าของจีนในช่วง 10 ปี ที่ผ่านมา ได้บอกเล่าเรื่องราวในการใช้ชีวิตของคนชั้นกลางและการขยายตัวของเมืองต่าง ๆ ในประเทศจีนมากขึ้น เพราะคนจีนตัดสินใจย้ายถิ่นฐานไปสู่เมืองที่มีความเจริญมากกว่า มีการเพิ่มค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อหัวของคนในครัวเรือนเกี่ยวกับเครื่องใช้ไฟฟ้าและเครื่องใช้ภายในบ้านจากเดิม 110 หยวน (15.70 ดอลลาร์สหรัฐฯ) ในปี 1990 เป็น 1,629 หยวน (232.56 ดอลลาร์สหรัฐฯ) ในปี 2018



ในช่วงเวลาดังกล่าวก็มีบริษัทท้องถิ่นนำเสนอสินค้าที่มีราคาไม่แพงออกมาสู่ตลาดเพื่อผู้บริโภคชาวจีนที่มีความอ่อนไหวต่อเรื่องราคา ขณะเดียวกันการสร้างเครื่องใช้ภายในบ้านและเครื่องใช้ไฟฟ้ารุ่นใหม่ ๆ ก็มีการเพิ่มเติมเรื่องเทคโนโลยีเข้าไปให้ใช้งานได้สะดวกและตอบโจทย์ชีวิตมากขึ้น และนี่คือ 6 แบรนด์ชื่อดังของเมืองจีน


1. Xiaomi

ช่วงไตรมาสแรกของปี 2020 มีสินค้าประเภทอุปกรณ์เชื่อมต่อมากกว่า 252 ล้านเครื่อง ซึ่งคิดเป็นสัดส่วน 25% ของรายได้รวม ขณะที่ไตรมาสล่าสุดรายได้ของธุรกิจกลุ่มนี้ก็เพิ่มขึ้นอีก 7.8% แม้ว่าภาพรวมของธุรกิจต่าง ๆ จะชะลอตัวจากโรคระบาด รวมถึงสินค้ากลุ่มสมาร์ทโฟนที่ยอดขายต่ำลง จึงเป็นไปได้ว่า Xiaomi ต้องพึ่งพาเครื่องใช้ภายในบ้านที่มีความอัจฉริยะมากขึ้นในอนาคต


2. Midea

พวกเขามีรายได้ 40.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในปี 2019 ผลิตภัณฑ์หลัก ๆ คือ เครื่องปรับอากาศทั้งแบบครัวเรือนและเชิงพาณิชย์ รวมถึงเครื่องซักผ้า เครื่องล้างจาน ในส่วนของสินค้าภายในบ้านที่เน้นความทันสมัยและความอัจฉริยะ พวกเขาจะเน้นการเชื่อมต่อให้ครอบคลุมการทำงานทั้งบ้าน เน้นเรื่องสุขภาพ เช่น ระบบตรวจสอบอุณหภูมิ ความชื้นในอากาศ ตรงนี้จึงตอบโจทย์ผู้ใช้งานมาก


3. Haier

สินค้าหลัก ๆ คือ ตู้เย็น, เครื่องใช้ในครัว, เครื่องซักผ้า และอื่น ๆ โดยสินค้ากลุ่มนี้สร้างรายได้ให้กับพวกเขาจนติดอันดับ 100 แบรนด์ดังโลกเมื่อปี 2019 ซึ่งปีเดียวกันนั้นเองรายได้ของพวกเขาจากสินค้ากลุ่มนี้เพิ่มขึ้น 68% จากปีก่อนหน้า พร้อมกันนี้ยังได้มีการประกาศลงทุนถึง 62 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เพื่อขยายฐานการผลิตในสหรัฐฯ ด้วย


4. Gree

สินค้ากลุ่มนวัตกรรมหลัก ๆ ของพวกเขาคือ เซนเซอร์ประตูและเครื่องปรับอากาศอัจฉริยะโดยควบคุมได้ผ่านสมาร์ทโฟน แต่ยังไม่หยุดพัฒนาเท่านี้เพราะมีการประกาศว่าได้ลงทุนไปอีก 3 พันล้านหยวน เมื่อเดือนธันวาคมปี 2019 ให้กับผู้ผลิตชิปรายหนึ่งของจีนในการสร้างนวัตกรรมใหม่ ๆ ขึ้นมาให้พวกเขา


5. Hisense

ด้วยประเภทสินค้าที่หลากหลายตั้งแต่ทีวีไปจนถึงตู้เย็นที่ขายไปกว่า 200 ประเทศทั่วโลก พวกเขามีโรงงานผลิต 13 แห่งในจีน รวมถึงฐานการผลิตในฮังการี แอฟริกาใต้ อียิปต์ แอลจีเรีย สโลเวเนีย เซอร์เบีย ฝรั่งเศส และเม็กซิโก มีการจัดตั้งศูนย์วิจัยและพัฒนาระดับโลก นั่นแสดงให้เห็นว่าเวลานี้การแข่งขันของกลุ่มธุรกิจดังกล่าวพุ่งตัวสูงมากจริง ๆ


6. Skyworth

สินค้าหลัก ๆ คือ เครื่องใช้ภายในครัว ตู้เย็น เครื่องฟอกอากาศ ทีวี และอื่น ๆ รายได้รวมของกลุ่มบริษัทในต่างประเทศของพวกเขาไม่นับทีวีเพิ่มขึ้น 55.4% ช่วงปี 2019 พร้อมกันนี้พวกเขายังนำเสนอความอัจฉริยะเกี่ยวกับระบบรักษาความปลอดภัย การล็อคระบบของเครื่องปรับอากาศและการเพิ่มแสงสว่างในสินค้าบางประเภท


สรุปแนวคิด

จะเห็นได้ว่าการแข่งขันในตลาดเครื่องใช้ภายในบ้านของประเทศจีนมีสูง ไม่ใช่แค่การซื้อขายในประเทศเท่านั้น แต่พวกเขายังจัดเป็นแบรนด์ระดับโลกที่คนไทยเองก็คุ้นเคยดี สิ่งที่เปลี่ยนไปคือ เมื่อเกิดโรคระบาดขึ้นบวกกับการใช้ชีวิตของคนยุคใหม่ ทำให้สินค้าในชีวิตประจำวันเหล่านี้ต้องก้าวตามให้ทัน มีการนำเทคโนโลยีและความทันสมัยต่าง ๆ เข้ามาเพิ่มฟังก์ชั่นและความสามารถของสินค้าให้เป็นที่สนใจจากกลุ่มลูกค้ามากกว่าเดิม

ขณะเดียวกันเรื่องราคาก็ยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจซื้อ เพราะต่อให้เป็นนวัตกรรมชั้นเลิศแค่ไหนแต่ราคาสูงเกินกว่าที่คนชนชั้นกลางซึ่งเป็นคนกลุ่มใหญ่ของประเทศจีนและของโลกจะซื้อได้ มันก็ไร้ความหมายที่ทำขึ้นมา

ธุรกิจในเมืองไทยเองก็จำเป็นต้องรีบเติมเต็มนวัตกรรมใหม่ ๆ ให้มากขึ้นกว่าเดิม เพราะเวลานี้การผลิตสินค้าแบบเก่า ๆ กำลังเปลี่ยนไป หากผู้คนเจอสิ่งไหนที่สด ใหม่ และทันสมัยมากกว่า พอลองใช้แล้วเข้ากับพวกเขาได้ดี ก็พร้อมที่จะเปลี่ยนใจจากสิ่งเดิม ๆ ได้เหมือนกัน

ที่มา : kr-asia

ดู 26 ครั้ง

New

Basic Chinese Knowledge

Chinese Tourism

Kol influencer

China social media & online marketing

China ecommerce

บทความแนะนำ

บริการของเรา

levelupthailand | China Marketing บริการทำการตลาดจีน
E-Book บุกตลาดจีน | ประเทศไทย | China Marketing บริการทำการตลาดจีน

บริษัท เลเวลอัพ โฮลดิ้ง จำกัด ​ I  สวนเพลิน มาร์เก็ต ชั้น 3 3654 ถนนพระรามที่ 4 คลองตัน คลองเตย กทม 10110