top of page

บทความ

ความรู้ ข่าวสาร ที่นักธุรกิจต้องรู้

ส่งตรงจากจีน

มิติใหม่ PINDUODUO สร้างอีกแพลตฟอร์มใหม่สำหรับคนรักของเล่นแบบต้นทุนต่ำ


แม้โลกจะเปลี่ยนไปแค่ไหนแต่สิ่งที่ยังสามารถสร้างยอดขายได้อย่างน่าสนใจก็คือ “ของเล่น” ไม่ใช่แค่เรื่องของเด็กเท่านั้น แต่ผู้ใหญ่อีกไม่น้อยก็ยังคงหลงใหลและชื่นชอบสิ่งเหล่านี้อยู่เสมอ ตรงนี้เองที่ทำให้ PINDUODUO แพลตฟอร์มหน้าใหม่ของจีนกำลังเติบโตขึ้นมาแบบก้าวกระโดด

เรื่องนี้น่าสนใจมากเพราะพวกเขาสร้างแนวทางของตนเองขึ้นมาเพื่อหวังต่อสู้กับบรรดายักษ์ใหญ่ในวงการอี-คอมเมิร์ซของจีน อาทิ JD, Alibaba, Taobao และนั่นจึงเกิดเป็นอีกทางเลือกสำหรับคนรักของเล่น


เรื่องราวของแพลตฟอร์มขายของเล่นที่โด่งดังสุด ๆ ในจีน

ลำดับแรกต้องขอบอกก่อนเลยว่า PINDUODUO เป็นเพียงแพลตฟอร์มอี-คอมเมิร์ซเพียงเจ้าเดียวเท่านั้นในเมืองจีนที่สามารถย้ำเตือนเรื่องราวของเนื้อหาจากการ์ตูนได้ นั่นเป็นเส้นทางที่ผู้บริหารของ PINDUODUO เลือกในการต่อสู้กับบรรดายักษ์ใหญ่อี-คอมเมิร์ซของเมืองจีนที่มีมูลค่ารวม ๆ กันจากการคาดการณ์จนถึงเวลานี้ราว 57 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ

สำหรับ PINDUODUO เวลานี้พวกเขามีฐานผู้ซื้อที่ใช้งานในแพลตฟอร์มราว ๆ 585 ล้านราย ซึ่งหากเทียบรายได้เมื่อปีที่แล้วพวกเขาทำเงินได้สูงถึง 145 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ และล่าสุดจากปัจจัยหลาย ๆ อย่างทำให้เวลานี้ PINDUODUO ก้าวขึ้นมาเป็นแพลตฟอร์มอี-คอมเมิร์ซ ยอดนิยมอันดับ 2 ของจีน สูงกว่า JD ด้วยซ้ำ

ของเล่น คือ กลุ่มสินค้าที่พวกเขาเลือกแล้ว

ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ PINDUODUO ก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำของวงการอี-คอมเมิร์ซในประเทศจีน ส่วนหนึ่งต้องยกความดีความชอบให้กับผู้บริหารที่ตัดสินใจเลือกประเภทสินค้าแบบชัดเจน เจาะกลุ่มเป้าหมายได้อย่างเข้าถึง



ในปี 2019 ตลาดของเล่นจีนมีมูลค่ารวมสูงถึง 14.9 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งที่เมืองจีนกลายเป็นหนึ่งในตลาดของเล่นชั้นนำพร้อมมีการเติบโตอย่างเต็มศักยภาพ ช่วยสร้างโอกาสครั้งยิ่งใหญ่ให้กับบรรดาผู้ผลิตทั้งในและต่างประเทศ

เมื่อวันที่ 1 มิถุนายน ที่ผ่านมา ในประเทศจีนถูกยกให้เป็นวันเด็กแห่งชาติ แน่นอนว่าของที่อยู่คู่กับเด็ก ๆ จะเป็นอะไรไม่ได้นอกจาก “ของเล่น” แต่สิ่งที่ PINDUODUO มองมากกว่านั้นคือ พวกเขาเจาะกลุ่มเป้าหมายที่ไม่เน้นคนเมืองเสมอไป


65% ของผู้ใช้งานแพลตฟอร์มนี้มาจากคนในชนบทผู้ชื่นชอบการได้รับส่วนลด ได้ซื้อสินค้าราคาถูก ซึ่งทาง PINDUODUO ก็ได้มอบโอกาสดี ๆ ให้กับพวกเขาในการซื้อของขวัญให้ลูกหลานด้วยราคาต่ำกว่าปกติ นั่นเองทำให้พวกเขามียอดการสั่งซื้อเพิ่มขึ้น 317% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า

เน้นย้ำเลยว่าอ่านไม่ผิดจริง ๆ ยอดสั่งซื้อเพิ่มขึ้น 317% เป็นสินค้าหมวดหมู่ของเล่นและกลุ่มผลิตภัณฑ์ใกล้เคียงกัน ทั้งนี้เมื่อเฉลี่ยกลุ่มอายุของผู้ที่สนใจแยกออกมาจะพบว่าคนวัย 25-40 ปี ซึ่งเป็นวัยทำงานและสร้างครอบครัว เข้ามาค้นหาถึงครึ่งหนึ่งจากจำนวนผู้ค้นหาทั้งหมดเลยทีเดียว นั่นแสดงให้เห็นว่าบรรดาผู้ปกครองพร้อมจ่ายเงินในราคาไม่ต้องสูงมากนักเพื่อซื้อสิ่งท