top of page

บทความ

ความรู้ ข่าวสาร ที่นักธุรกิจต้องรู้

ส่งตรงจากจีน

มะกันกังวล! หัวเว่ย เคลื่อนไหวดุจสายน้ำ ได้ค้ากับสหรัฐฯ ซื้อชิปสำหรับยานยนต์

กลุ่มผู้ร่างกฎหมายจากพรรครีพับลิกัน 13 คน ได้แสดงความกังวลเกี่ยวกับการอนุมัติของสหรัฐฯ ให้บริษัทโทรคมนาคมของจีน หัวเว่ย (Huawei) ซื้อชิปสำหรับธุรกิจชิ้นส่วนยานยนต์ที่กำลังเติบโต


จดหมายข่าวฯ ที่รอยเตอร์สได้รับ ระบุว่า ฝ่ายนิติบัญญัติในคณะกรรมการพลังงานและการพาณิชย์ได้ถาม พีท บูททิเจ็จ รัฐมนตรีกระทรวงคมนาคมของสหรัฐฯ ว่าเขามีความกังวลหรือไม่ กับการที่ "หัวเว่ยจะมองหาช่องทางในการพัฒนาส่วนประกอบสำหรับยานพาหนะในอนาคต เพื่อรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับชาวอเมริกันและโครงสร้างพื้นฐานด้านการขนส่งของเรา"

สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานเมื่อเดือนสิงหาคมว่าเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ได้อนุมัติการยื่นขอใบอนุญาตมูลค่าหลายร้อยล้านดอลลาร์ ค้าขายกับบริษัทซึ่งอยู่ในบัญชีดำการค้าของสหรัฐฯ

โฆษกของ บูททิเจ็จ ปฏิเสธที่จะแสดงความคิดเห็น เช่นเดียวกับ โฆษกของหัวเว่ย ก็ไม่ตอบสนองต่อข่าวนี้อย่างใด

พรรครีพับลิกันนำโดยตัวแทนสหรัฐฯ เคธี แมคมอรริส สมาชิกคณะกรรมการพลังงานและการพาณิชย์กล่าวว่าสหรัฐฯ "ต้องไม่ยอมอ่อนข้อต่อจีน ซึ่งมีความพยายามที่จะครอบงำภาคส่วนไฮเทคของเรา ซึ่งรวมถึง (ยานยนต์อัตโนมัติ)"

จดหมายดังกล่าวถาม บูททิเจ็จ ว่า "หัวเว่ย เจตนาจะทำอะไรกับภาคยานยนต์ สิ่งที่ทำกับภาคอุปกรณ์สื่อสาร?"

หัวเว่ย บอกกับสำนักข่าวรอยเตอร์ในเดือนสิงหาคมว่า "วางตำแหน่งของบริษัทฯ เป็นผู้ให้บริการส่วนประกอบใหม่สำหรับยานพาหนะที่เชื่อมต่ออัจฉริยะ" และเพื่อช่วยให้ผู้ผลิตรถยนต์ "สร้างยานพาหนะที่ดีขึ้น"

ในเดือนสิงหาคม ฝ่ายบริหารของไบเดน บอกกับสำนักข่าวรอยเตอร์ว่า ไม่ได้เปลี่ยนนโยบายเกี่ยวกับการจำกัดการขายสินค้าและเทคโนโลยีให้กับหัวเว่ย ที่วางไว้ในช่วงตำแหน่งประธานาธิบดีของทรัมป์


หัวเว่ย ผู้ผลิตอุปกรณ์โทรคมนาคมรายใหญ่ที่สุดในโลก ถูกจัดให้อยู่ในบัญชีดำการค้าของสหรัฐฯ ในปี 2019 หลังจากที่ฝ่ายบริหารของทรัมป์ อ้างขัดต่อความมั่นคงของชาติและผลประโยชน์ด้านนโยบายต่างประเทศของสหรัฐฯ

เป็นเวลานานนานกว่า 2 ปีแล้ว ที่หัวเว่ยถูกข้อจำกัดนี้คุมการเติบโต ทำให้สินค้าในกลุ่มสมาร์ทโฟนได้รับผลกระทบมาก จำเป็นต้องขับเคลื่อนกลยุทธ์ใหม่ๆ

หัวเว่ย ซึ่งเป็นเป็นอีกหนึ่งค่ายผู้พัฒนาสมาร์ทโฟน และบริษัทเทคโนโลยีที่พยายามบุกน่านน้ำใหม่ โดยเข้ามาสู่อุตสาหกรรมผู้ผลิตรถยนต์พลังงานไฟฟ้าอย่างจริงจัง วางแผนพัฒนารถ EV ภายใต้แบรนด์ของพวกเขาเอง

ก่อนหน้านี้ Apple บริษัทผู้ผลิตเทคโนโลยีสมาร์ทโฟน ก็มีข่าวว่าบุกตลาดรถยนต์ไฟฟ้าเช่นกัน เพื่อเพิ่มโอกาส สร้างมูลค่าและรายได้ใหม่ๆ ต่อยอดไปสู่การพัฒนาบริการรูปแบบใหม่ๆ ในอนาคต โดยใช้ประโยชน์จากเชื่อมข้อมูลผู้ใช้รถ


ที่มา mgronline