top of page

บทความ

ความรู้ ข่าวสาร ที่นักธุรกิจต้องรู้

ส่งตรงจากจีน

พ่อแม่ชาวจีนห่วงลูกเรียนตก หลังทางการจีนคุมเข้มเรื่องกวดวิชา

ที่จริงแล้วนโยบายใหม่ๆของทางการจีนที่ออกมาในยุคของ สีจิ้นผิง มีบางเรื่องที่ตั้งอยู่บนแนวคิดที่ห่วงอนาคตของเยาวชนจีนอยู่ไม่น้อย โดยเฉพาะเรื่องการแข่งขันด้านการศึกษาอย่างสูงของเด็กจีน ทั้งการเรียนพิเศษหลังเลิกเรียน และการเรียนกวดวิชาในสถาบันต่างๆ


แม้ว่าข้อดีจะทำให้ในแต่ละวงการและสาขาของจีนได้ผลิตคนเก่งมีความสามารถขึ้นมามากมายแล้วช่วยพัฒนาประเทศสู่ความก้าวหน้าอย่างสูง แต่ก็ทำให้เด็กจีนรุ่นใหม่มีความเครียดและมุ่งแต่วิชาการมากเกินไป ในอีกมุมหนึ่งธุรกิจกวดวิชาถูกมองว่าใช้โอกาสนี้ในการแสวงหาผลประโยชน์จากผู้ปกครอง


กระทั่งทางการจีนสั่งควบคุมและลดการเรียนกวดวิชาของเด็กจีน โดยสั่งห้ามครูและโรงเรียนต่างๆสอนพิเศษหลังเลิกเรียน เพื่อให้โอกาสและเวลาเด็กได้ทำกิจกรรมอื่น รวมถึงสั่งลดการบ้านด้วย นอกจากนี้ยังคุมเข้มเรื่องเนื้อหาที่สอนในโรงเรียนกวดวิชา ว่าจะต้องไม่สอนซ้ำในสิ่งที่มีในหลักสูตรที่สอนในโรงเรียน


แต่ล่าสุดก็มีเสียงจากผู้ปกครองจำนวนหนึ่งที่กังวลว่า การลดเวลาเรียนเสริมพิเศษและคุมเข้มเรื่องโรงเรียนกวดวิชา จะทำให้ลูกหลานของตนเรียนตกลงทั้งคะแนนและเกรด หรืออาจจะไม่สามารถสอบเข้ามหาวิทยาลัยที่ต้องการได้


ปรากฏว่ามีเคสของ หลิวหย่าหนาน แพทย์หญิงวัย 37 ปีจากเซี่ยงไฮ้ ที่ตัดสินใจลาออกจากงานหลังจากคลอดลูก เพื่อมาดูแลลูกของเธอเต็มตัว ได้รับงานเสริมเป็นติวเตอร์ด้านภาษาอังกฤษทางออนไลน์ ซึ่งเธอคิดค่าเรียนประมาณพันหยวน แต่หลังจากมาตรการดังกล่าวอกมา ทำให้งานติวเตอร์ของเธอลดลงไป แต่ยิ่งกว่านั้นคือเธอเองก็กังวลว่าลูกของเธอจะไม่สามารถสอบแข่งขันกับเด็กคนอื่นได้ดีพอ แล้วกลายเป็นว่าพ่อแม่จะมีภาระเพิ่มขึ้นในการสอนเด็กๆที่บ้าน เพราะมาตรการที่ว่านี้ยังทำการลดการบ้านของเด็กในชั้นประถมต้น โดยเฉพาะชั้นประถม 1-2 ที่ไม่มีการบ้านให้ทำ ซึ่งเธอห่วงว่ามันจะทำให้ลูกของและเด็กคนอื่นๆมีปัญหาเมื่อต้องออกไปสอบแข่งขันหลังจากนี้


แต่ก็มีบางส่วนมองว่า มาตรการนี้มีส่วนช่วยให้เด็กๆในจีนได้ค้นพบและเลือกเส้นทางอื่นๆที่มากกว่าแค่เรื่องวิชาการ โดยเฉพาะในยุคโลกอินเทอร์เน็ตมีความสำคัญอย่างมาก และทางเลือกอื่นๆมีเพิ่มขึ้น