บทความ

ความรู้ ข่าวสาร ที่นักธุรกิจต้องรู้

ส่งตรงจากจีน

Recommend

ยุคสมัยเปลี่ยน ไทยกลายเป็นประเทศที่จีนเข้ามาเริ่มต้นลงทุนมากที่สุด


แต่ไหนแต่ไรมา ประเทศที่เข้ามาลงทุนและมีดิลต่างๆในประเทศไทยมากที่สุด ก็คือประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเป็นเวลากว่า 2-3 ทศวรรษเข้าไปแล้ว

แต่ตอนนี้ ยุคสมัยกำลังเปลี่ยนไป จีนกลายเป็นชาติที่มาแรงที่สุดสำหรับการลงทุนในประเทศไทย


มีรายงานผลสรุปตัวเลขการลงทุนในต่างประเทศของจีนจากในปี 2560-2561 ซึ่งพบว่า ไทยคือประเทศที่จีนเข้ามาลงทุนและเริ่มต้นธุรกิจด้วยมากที่สุด

อันที่จริงจีนมีอัตราการลงทุนในต่างแดนลดลงจากปีก่อนที่ประมาณ 29% เนื่องจากนโยบายในการจำกัดและห้ามการลงทุนในต่างแดนที่เริ่มเข้มงวดมากขึ้น โดยเฉพาะในทวีปยุโรปและสหรัฐอเมริกา แต่ไทยก็ยังถือว่าเป็นประเทศที่จีนมองว่าน่าเริ่มต้นธุรกิจและการลงทุนมากที่สุด โดยเฉพาะในกลุ่มประเทศสำหรับโครงการเส้นทางสายไหม (Belt and Road Initiative หรือ BRI) และมีแนวโน้มว่าจะเพิ่มการลงทุนในอนาคตอีกด้วย

สำหรับทิศทางการลงทุนในปัจจุบันของจีน จะให้ความสำคัญกับด้านโครงสร้างพื้นฐาน และช่องทางอีคอมเมิร์ซ ที่มีเครือ Alibaba ของแจ็คหมาเป็นหัวหอกสำคัญ ตามมาด้วย Tencent อย่างไรก็ตาม โครงการใหญ่ที่จีนได้พยายามจะเข้ามาร่วมกับไทยมากที่สุดก็คือการลงทุนด้านอสังหาฯและภาคการเกษตรในภาคตะวันออกของไทย โดยคิดเป็นมูลค่ามากกว่า 8,000 ล้านเหรียญสหรัฐ

อย่างไรก็ตาม มีความกังวลอยู่ไม่น้อยจากหลายภาคส่วน ว่าการลงทุนในภาคตะวันออก โดยเฉพาะการลงนามร่วม MOU กว่า 10 ฉบับ สำหรับผลักดันการลงทุน EEC โครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออกของไทย (Eastern Economic Corridor : EEC) จะนำไปสู่การเปรียบประโยชน์ในอนาคตหรือไม่ แต่ขณะเดียวกันทางรัฐบาลและภาคเอกชนของไทยก็เล็งที่จะดึงทุนจีนกว่า 400 บริษัทเข้ามาลงทุนเพิ่ม เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน การสร้างงานและรายได้ต่อไป

ทั้งนี้ โครงการ EEC ยังมุ่งส่งเสริม 10 อุตสาหกรรมใหญ่ที่ภาคเอกชนจีนมีความถนัด ซึ่งก็น่าจะผลักดันให้ภาคเอกชนของจีนเข้ามาลงทุนในไทยมากขึ้นไปด้วย


โดย 10 อุตสาหกรรมดังกล่าว ได้แก่ 5 อุตสาหกรรมที่มีการลงทุนและมีการดำเนินการแล้วในปัจจุบัน (First S-curve) และ 5 อุตสาหกรรมแห่งอนาคต (New S-curve)

สำหรับกลุ่มอุตสาหกรรม First S-curve ได้แก่ อุตสาหกรรมยานยนต์สมัยใหม่ (next generation automotive) อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ (smart electronics) อุตสาหกรรมการท่องเที่ยว กลุ่มที่สร้างรายได้ดีและการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ (affluent, medical and wellness tourism) อุตสาหกรรมการเกษตร และเทคโนโลยีชีวภาพ (agriculture and biotechnology) และอุตสาหกรรมการแปรรูปอาหาร (food for the future)

ส่วนกลุ่มอุตสาหกรรม New S-curve ได้แก่ อุตสาหกรรมหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ (robotics and automation) อุตสาหกรรมการบินและโลจิสติกส์ (aviation and logistics) อุตสาหกรรมเชื้อเพลิงชีวภาพและเคมีชีวภาพ (biofuels and biochemicals) อุตสาหกรรมดิจิทัล (digital) และอุตสาหกรรมการแพทย์ครบวงจร (medical hub)

สุดท้ายแล้ว โครงการดังกล่าวจะนำไปสู่การพัฒนาประเทศไทยภายใต้แนวทาง ไทยแลนด์ 4.0 ได้ตามยุทธศาสตร์ที่ต้องการผลักดันให้ไทยเป็น Hub ของอาเซียนได้หรือไม่ ยังต้องติดตามต่อไป

============================================

#คิดถึงการตลาดจีน คิดถึง Level Up Thailand#

ต้องการตรวจความพร้อมก่อนบุกตลาดจีน สามารถอ่านบทความ

“ตรวจความพร้อมก่อนไปตลาดจีน” ได้ที่

https://www.levelupthailand.com/single-post/chinamarketing-checklist-full

หรือ อยากทราบภาพรวมของการตลาดออนไลน์จีนสามารถอ่านบทความ

“บุกตลาดจีนด้วยการตลาดออนไลน์จีน” ได้ที่

https://www.levelupthailand.com/single-post/การตลาดออนไลน์จีน

ต้องการคำปรึกษาหรือดูบริการแพ็คเกจบริการการตลาดจีนเริ่มต้นได้ที่

www.levelupthailand.com/sme2

ทั้งนี้ถ้าต้องการให้เราเขียนเพิ่มเติมด้านไหนสามารถ Comment มาได้เลยนะครับ


New

Basic Chinese Knowledge

Chinese Tourism

Kol influencer

China social media & online marketing

China ecommerce

บทความแนะนำ

บริการของเรา

levelupthailand | China Marketing บริการทำการตลาดจีน
E-Book บุกตลาดจีน | ประเทศไทย | China Marketing บริการทำการตลาดจีน

บริษัท เลเวลอัพ โฮลดิ้ง จำกัด ​ I  สวนเพลิน มาร์เก็ต ชั้น 3 3654 ถนนพระรามที่ 4 คลองตัน คลองเตย กทม 10110