top of page

บทความ

ความรู้ ข่าวสาร ที่นักธุรกิจต้องรู้

ส่งตรงจากจีน

จีนขึ้นอันดับ 1 โลก ต่างชาติแห่ลงทุนครึ่งปี 2018 มูลค่ากว่า 70,000 ล้านเหรียญ


มังกรจีนผงาดขึ้นอันดับหนึ่งโลก เป็นประเทศที่เนื้อหอมสำหรับการลงทุนมากที่สุด เมื่อมีรายงานที่ระบุว่า จีนกลายเป็นประเทศที่ต่างชาติแห่ลงทุนในครึ่งปีแรก 2018 เป็นมูลค่ากว่า 70,000 ล้านเหรียญสหรัฐ

นับว่าเป็นรายงานที่สวนทางกับภาพปัญหาที่เกิดขึ้น ในสงครามการค้าระหว่างจีน-สหรัฐ ที่หลายฝ่ายคาดการณ์ว่าจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจจีน สหรัฐ และทั่วโลกด้วย


จีนเติบโต แต่ FDI ทั่วโลกตกต่ำ

สำนักข่าว Xinhua (15 ต.ค.) รายงานจากการผลประชุมของสหประชาชาติ ว่าด้วยการค้าและการพัฒนา (UNCTAD) ซึ่งได้มีการเปิดเผยรายงานสำคัญเกี่ยวกับแนวโน้มของการลงทุนฉบับล่าสุด ซึ่งได้ระบุว่า ประเทศจีนกลายเป็นผู้รับการลงทุนโดยตรงจากต่างชาติ (FDI) ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก จากในช่วงครึ่งแรกของปี 2018 ในรายงานชี้ว่า มีปริมาณเงินทุนไหลเข้าประเทศจีนมากกว่า 70,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (หรือประมาณ 2.28 ล้านล้านบาท)

อย่างไรก็ตาม ที่ประชุมฯเองก็ได้ระบุว่า ในช่วงครึ่งแรกของปี 2018 อัตราของ FDI ทั่วโลกมีตัวเลขที่ตกลงถึง 41% โดยไปอยู่ที่ราว 470,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (ประมาณ 15.3 ล้านล้านบาท) ซึ่งเมื่อเปรียบเทียบจากช่วงเวลาเดียวกันในปี 2017 นับว่ามีการปรับลดลงจาก 794,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (หรือประมาณ 25.9 ล้านล้านบาท)

เกี่ยวกับการปรับลดลงของปริมาณ FDI จากทั่วโลก มีการวิเคราะห์ว่าเป็นผลมาจากแผนการปฏิรูปภาษีของทางสหรัฐอเมริกา ซึ่งส่งผลให้บรรดาบริษัทนายทุนใหญ่ในสหรัฐที่เก็บรายได้สะสมจากบรรดาบริษัทลูกและบริษัทในเครือที่กำลังดำเนินกิจการอยู่ในหลายประเทศทั่วโลก ต่างก็ต้องเผชิญกับชำระภาษีขนานใหญ่ ซึ่งส่งผลกระทบต่อปริมาณของ FDI ในทั่วโลกไปด้วย


ภาพรวมเศรษฐกิจโลกยังมืดมน

อย่างไรก็ตาม ตามคำกล่าวของ นายเจมส์ จาน ผู้อำนวยการกองการลงทุนและสถานประกอบการของที่ประชุมฯได้กล่าวขณะพบกับสื่อมวลชนในกรุงเจนีวาของสวิตเซอร์แลนด์ว่า

“ในภาพรวมของกระแสการลงทุนโดยตรงในต่างประเทศทั่วทั้งโลกยังคงอยู่ในสภาวะมืดมน ซึ่งแตกต่างจากที่ฝ่ายเราคาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้เล็กน้อย”

อย่างไรก็ตาม จีนก็ถือว่าเป็นตลาดใหญ่ที่สุดในการลงทุนซึ่งมองข้ามไม่ได้ ในภาวะมืดมนนี้