top of page

บทความ

ความรู้ ข่าวสาร ที่นักธุรกิจต้องรู้

ส่งตรงจากจีน

นักท่องเที่ยวจีนในไทยลดลงในเดือน ส.ค. คาดว่าสาเหตุหลักจากกรณีเรือล่มภูเก็ต


มีรายงานว่า จำนวนนักท่องเที่ยวจีนที่เข้ามาในประเทศไทยลดต่ำลงในเดือนสิงหาคม

สำหรับสาเหตุนั้น มีปลายปัจจัย แต่ข้อหนึ่งที่สำคัญซึ่งสื่อต่างชาติวิเคราะห์ไว้ก็คือ มาจากกรณีเรือล่มที่ภูเก็ต ซึ่งนับว่ามีส่วนอย่างมาก


กรณีเรือล่มที่ภูเก็ต

ทางกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาของไทย (ททท.) ได้มีการเปิดเผยสถิตินักท่องเที่ยวจีนเดินทางเยือนไทย ว่าได้ลดลงกว่า 11.77 เปอร์เซ็นต์จากในเดือนสิงหาคนที่ผ่านมา เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน

ในรายงานของ ททท. ยังมีการระบุว่า จำนวนของนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้ามาในประเทศไทยราว 3,228,595 คน จากในเดือน ส.ค. ที่ผ่านมา ได้เพิ่มขึ้นราว 3.04 เปอร์เซ็นต์ มีมูลค่าเป็นเม็ดเงินหมุนเวียนกว่า 168,000 ล้านบาท ซึ่งเพิ่มขึ้น 2.79 เปอร์เซ็นต์ เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันในปีก่อนหน้านี้

แต่ปรากฏว่า ถ้าเทียบสัดส่วนของกลุ่มนักท่องเที่ยวจีนที่เป็นนักท่องเที่ยวกลุ่มใหญ่ที่สุดที่เข้ามาในประเทศไทย และมีกำลังจับจ่ายซื้อของมากที่สุดในช่วง 4-5 ปีที่ผ่านมา พบว่าในเดือน ส.ค. มีนักท่องเที่ยวจีนเดินทางเข้ามาในประเทศไทยราว 867,461 คน ซึ่งถือว่าลดลง 11.77 เปอร์เซ็นต์ สำหรับมูลค่าการจับจ่ายซื้อสินค้าอยู่ที่ราว 52,000 ล้านบาท ลดลง 7.21 เปอร์เซ็นต์

สำหรับในปีก่อน ตั้งแต่เดือนพฤษภาคมในปี 2017 เป็นต้นมา พบว่าจำนวนของนักท่องเที่ยวจีนนั้นเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่หลังจากกรณีเรือล่มที่ภูเก็ตที่เรือนักท่องเที่ยวสองลำได้พลิกคว่ำในช่วงเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมานี้ แล้วก็ส่งผลให้มีนักท่องเที่ยวจีนเสียชีวิต 47 รายนั้น เรื่องนี้กลายเป็นชนวนที่ทำให้เกิดกระแสบนโซเชียล และก็เป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้จำนวนนักท่องเที่ยวจีนลดต่ำลงมาก โดยเฉพาะในเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา เมื่อนักท่องเที่ยวจีนหลายแสนคนสั่งยกเลิกการจองที่พักและจองตั๋วเครื่องบินครั้งใหญ่


กระแสบอยคอตทางโซเชียล

กรณีเรือล่มที่ภูเก็ต ที่ส่งผลให้นักท่องเที่ยวเสียชีวิตไป 47 คน ในเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ยังได้ส่งผลกระทบหลายด้าน ไม่ใช่แค่ในแง่ของภาพลักษณ์ด้านความปลอดภัยเท่านั้น แต่ยังมีกรณีดราม่าทางโซเชียลที่มีคนไทยเข้าไปโพสคอมเม้นท์บางอย่างที่ยิ่งจุดประกายความไม่พอใจของชาวจีน จนถึงขั้นมีกระแสขู่บอยคอตการท่องเที่ยวไทยและสินค้าไทยทั้งหมดอีกด้วย

แต่ในส่วนของกระแสบอยคอตนั้น ก็มีความพยายามของภาครัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ที่ได้ออกมาหาทางฟื้นฟู้ความเชื่อมั่นกลับมาอีกครั้ง