My Items

I'm a title. ​Click here to edit me.

Alibaba ทุบสถิติโลก ยอดขายวันคนโสด

ควันหลงจากเทศกาลลดราคา ช็อปปิ้งออนไลน์ ในวันคนโสด 11.11 หลายคนก็น่าจะได้ช็อปของกันสนุกมือไปแล้ว ส่วนในจีนซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของอีเว้นท์ชื่อดังนี้ ก็มีการทำสถิติใหม่ๆออกมา ในสถานการณ์ที่หลายฝ่ายอาจจะมองว่าจีนกำลังเข้าสู่ช่วงชะลอทางเศรษฐกิจ แต่สำหรับผู้บริโภคและเจ้าของร้านค้าออนไลน์ทั่วไปแล้ว นี่เป็นช่วงนาทีทองเลย แม้แต่แบรนด์ดังๆจำนวนมากก็ต้องเข้าร่วมกับช่วงนี้เหมือนกัน ไม่อย่างนั้นก็จะตกขบวนไป สำหรับในปี 2021 นี้มีเรื่องน่าสนใจหลายอย่าง เช่น 1.Alibaba เพิ่มทำลายสถิติ ยอดขายเดิมของตัวเองในปีก่อนลงเรียบร้อยแล้ว โดยในวันที่ 11 พ.ย. สามารถทำยอดขายผ่านแพลทฟอร์มออนไลน์ได้มากถึง 5.5 แสนล้านหยวน (ประมาณ 2.8 ล้านล้านบาท) เพิ่มขึ้นจากปีก่อนราว 8% ที่เคยทำไว้ 4.9 แสนล้านหยวน 2.ยอดขายที่เกิดขึ้นอาจนับว่าสวนทางกับการที่รัฐบาลจีนออกมาตรการใหม่ๆเพื่อป้องกันการผูกขาดของบริษัทด้านเทคโนโลยีของจีน 3.JD. com เป็นอีกหนึ่งบริษัทอีคอมเมิร์ซรายใหญ่ที่ทำยอดขายได้มากใน 11.11 ตามหลังเพียง Alibaba เท่านั้น โดยทำยอดขายได้ถึง 3.4 แสนล้านหยวน เพิ่มจากปีก่อนถึง 28 ที่ทำยอดขายได้ 2.7 แสนล้านหยวน 4.คำถามที่หลายคนอยากรู้คือ แล้วคนจีนซื้ออะไรกันมากที่สุดในวันนั้น จากข้อมูลของทั้ง Alibaba และ JD พบว่า สินค้ายอดนิยมคือกลุ่ม Luxury และกลุ่มมือถือสมาร์ทโฟน โดยเฉพาะ iPhone ของ Apple เรียกว่าเป็นช่วงที่ลูกค้าชาวจีนรอให้มีการลดราคาสำหรับของกลุ่มนี้โดยเฉพาะเลยก็ว่าได้ 5.มีข้อมูลเพิ่มว่า แบรนด์ท้องถิ่นของจีนทำยอดขายได้เพิ่มขึ้น รวมถึงกลุ่มตลาดรายได้น้อยและเมืองขนาดเล็กในจีนที่มียอดขายในภาพรวมเพิ่มขึ้นกว่า 77% แสดงให้เห็นถึงความต้องการของผู้บริโภคชาวจีน และตลาดก็ยังมีพื้นที่อีกมากรออยู่ด้วย ที่มา https://www.cnbc.com/2021/11/12/china-singles-day-2021-alibaba-jd-hit-record-139-billion-of-sales.html

Alibaba ทุบสถิติโลก ยอดขายวันคนโสด

ตำนานธุรกิจจีน จางรุ่ยหมิน แห่ง Haier ลงจากตำแหน่ง

ในวงการธุรกิจจีน ชื่อของ จางรุ่ยหมิน ถือว่าเป็นหนึ่งในยักษ์ใหญ่ของวงการ เพราะเขาคือประธานบริหารของบริษัท Haier ผู้ผลิต ตู้เย็น และเครื่องใช้อุปกรณ์ไฟฟ้า รายใหญ่ของจีน ซึ่งถือว่าเป็นหนึ่งในแบรนด์ดังแรกๆของจีนที่หันมาให้ความสำคัญกับการปรับโมเดล ผลิตสินค้าให้ได้มาตรฐานในระดับสากลที่สุด เนื่องจากในยุค 80-90 เวลานั้นสินค้าจีนถูกตราหน้าว่าเป็นของก็อปปี้ด้อยคุณภาพ กระทั่งหลังจากบริษัท Haier ได้ จางรุ่ยหมินก้าวเข้ามาดูแลการผลิตและการบริหาร เขาก็ตัดสินใจครั้งสำคัญ เปลี่ยนบริษัทให้กลายเป็นผู้ผลิตตู้เย็นที่มีคุณภาพได้ในที่สุด ล่าสุด จางรุ่ยหมิน อายุ 72 ปี ได้ลงจากตำแหน่งประธานบริหารแล้ว โดยผู้ที่จะเข้ามาแทนที่ตำแหน่งก็คือ เหลียง ไห่ซาน ซึ่งก็เป็นผู้มีประสบการณ์บริหารคนสำคัญเช่นกัน การลงจากตำแหน่งครั้งนี้ ก็เป็นการส่งสัญญาณอีกครั้งว่า บริษัท Haier อาจจะมีการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในเร็วๆนี้ก็เป็นได้ บวกกับการที่ จางรุ่ยหมินก็มีอายุมากแล้ว ที่มา https://www.caixinglobal.com/2021-11-06/haier-founder-zhang-ruimin-to-step-down-as-chairman-101801192.html

ตำนานธุรกิจจีน จางรุ่ยหมิน แห่ง Haier ลงจากตำแหน่ง

แจ็คหม่าอันดับร่วง แล้วใครขึ้นอันดับหนึ่ง มหาเศรษฐีจีน

จากการจัดอันดับอภิมหาเศรษฐีของจีนล่าสุดอ้างอิงจากเว็บ Hurun พบว่ามีการขึ้นลงอันดับที่น่าสนใจมาก เมื่อปรากฏว่า แชมป์เก่าอย่าง แจ็ค หม่า ผู้ก่อตั้ง Alibaba เสียตำแหน่งคนรวยที่สุดในจีนไปแล้ว โดยร่วงลงสู่อันดับที่ 5 จากการประเมินมูลค่าสินทรัพย์อยู่ที่ 3.9 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ โดยผู้ครองตำแหน่งคนรวยที่สุดอันดับที่ 1 ของจีนล่าสุดก็คือ จงซานซาน อายุ 67 ปี ผู้ก่อตั้งบริษัท Nongfu Spring ซึ่งเป็นผู้ผลิตและจำหน่ายน้ำดื่ม และ ผลิตภัณฑ์ยา อันดับหนึ่งของจีน อีกทั้งเขายังครองตำแหน่งอภิมหาเศรษฐีอันดับ 1 ของทวีปเอเชียในเวลานี้ด้วย มูลค่าทรัพย์สินรวมตามการประเมินอยู่ที่ 6 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ แต่ที่น่าสนใจคือ อันดับที่ 2 คนใหม่อย่าง จางอีหมิง แห่งบริษัท Bytedance ซึ่งเป็นบริษัทผู้พัฒนาแพลทฟอร์มดังอย่าง Tiktok มีทรัพย์สินรวยเพิ่มขึ้นมากจนพุ่งขึ้นมาถึง 28 อันดับ แล้วครองอันดับที่ 2 ตามด้วย เจิ้งอี้ฉวิน แห่ง CATL บริษัทผู้ผลิตอุปกรณ์แบตเตอรี่ชื่อดัง ที่พุ่งขึ้นมาครองอันดับที่ 3 นอกจากนี้ จีนยังขึ้นกลายเป็นประเทศที่มีอภิมหาเศรษฐี หรือระดับ Billionaires มากที่สุดในโลก โดยอยู่ที่ 1,058 คน เหนือกว่าสหรัฐซึ่งมีอยู่ที่ 696 คน อย่างไรก็ตามในแง่ของ ความเท่าเทียมทางรายได้ และความเหลื่อมล้ำระหว่างคนรวยและคนจน จีนยังถือว่าอยู่ในระดับต้นๆของโลก แม้ว่าจีนจะได้ชื่อว่าเป็นประเทศที่สามารถแก้ไขปัญหาความยากจนได้มากที่สุดในโลกในช่วงสิบปีหลังก็ตาม แต่ภาพรวมของรายได้ประชากรก็ยังถือว่าอยู่ในระดับที่น้อยอยู่ ถึงกระนั้นทางการจีนก็ได้ประกาศไปว่าคนจีนในระดับที่ยากจนสุดขีด หรือถึงขั้นที่ต้องเสียชีวิตเพราะความอดอยากนั้นไม่มีแล้วในประเทศ ที่มา https://www.hurun.net/en-US/Rank/HsRankDetails?pagetype=rich

แจ็คหม่าอันดับร่วง แล้วใครขึ้นอันดับหนึ่ง มหาเศรษฐีจีน

แจ็ค หม่า อันดับร่วง แต่ Alibaba ยังเป็นแบรนด์จีนอันดับ 1 ในตลาดโลก

แม้ว่า แจ็ค หม่า จะเสียตำแหน่ง คนรวยที่สุดในจีนล่าสุดในปี 2021 ไปแล้ว โดยคนที่ขึ้นครองแชมป์อภิมหาเศรษฐีที่มีสินทรัพย์มากที่สุดในเวลานี้ของจีนคือ จงซานซาน แห่งบริษัท Nongfu Spring ผู้ผลิตและจำหน่ายน้ำดื่มและผลิตภัณฑ์ยาอันดับหนึ่งของจีน แต่ถ้าในแง่ของมูลค่าแบรนด์สัญชาติจีน ปรากฏว่าบริษัทที่ครองมูลค่าแบรนด์อันดับหนึ่งสำหรับตลาดในระดับโลก พบว่าบริษัท Alibaba ได้ครองแชมป์แบรนด์อันดับหนึ่งของจีนในระดับ Global ตามการประเมินของ BrandZ ซึ่งจัดอันดับบริษัทและแบรนด์ดังทั่วโลกเป็นประจำทุกปีและแทบทุกไตรมาส ส่วนสาเหตุที่ทำให้ Alibaba ครองแชมป์ คาดว่ามาจากหลายปัจจัย ไม่ว่าจะเป็นความมีอิทธิพลต่อตลาด การดึงดูดนักลงทุน ความมีชื่อเสียงและการยอมรับในต่างประเทศ (นอกจากในจีน) ซึ่งส่วนหนึ่งก็ต้องยอมรับว่ามาจากอิทธิพลและชื่อเสียงของ แจ็ค หม่า เช่นกัน สำหรับอันดับที่ 2 ตามมาติดๆคือ Tencent ซึ่งมีชื่อเสียงในฐานะเจ้าแห่งวงการเกมออนไลน์ในจีนที่สามารถบุกตลาดในต่างแดนได้ ส่วนอันดับที่ 3 ไม่ใช่บริษัทด้านเทคโนโลยี ไอที และอีคอมเมิร์ซ แต่เป็น Moutai ซึ่งเป็นผู้ผลิตสุราชั้นนำของจีน สำหรับสถานการณ์ของ Alibaba หลังจากนี้คาดว่าจะมีแนวโน้มในเชิงบวกเพิ่มมากขึ้น หลังจากบริษัทเองก็มีการปรับตัวเปลี่ยนแปลงตามกฎและมาตรการที่รัฐบาลจีนออกมาเพื่อป้องกันและลงโทษบริษัทที่ถูกกล่าวหาว่าผูกขาดทางธุรกิจมากเกินไป ซึ่ง Alibaba ก็เริ่มที่จะกระจายธุรกิจหลักออกไปด้านอื่นมากขึ้นด้วย ที่มา https://www.chinainternetwatch.com/30833/brandz-top-brands/

แจ็ค หม่า อันดับร่วง แต่ Alibaba ยังเป็นแบรนด์จีนอันดับ 1 ในตลาดโลก

พิพิธภัณฑ์จีนบุกตลาด NFT วัยรุ่นจีนซื้อภาพดาบโกวเจี้ยนหมดเกลี้ยง

เป็นเรื่องฮือฮาไม่น้อยสำหรับวงการ NFT บนโซเชียลจีน แล้วยังไปถึงบนทวิตเตอร์ เมื่อพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ที่หูเป่ย ได้ประกาศขาย ภาพวาดแบบดิจิทัลของดาบโบราณจีนที่เชื่อว่าเป็นของ เยว่หวางโกวเจี้ยน หนึ่งในผู้นำแคว้นใหญ่ของจีนเมื่อสมัยชุนชิว-จ้านกว๋อ โดยสามารถขายหมดทั้ง 10,000 ก็อปปี้ ภาพของดาบดังกล่าวจัดทำเป็น 3D ซึ่งเป็นหนึ่งในศิลปะแบบใหม่ที่พิพิธภัณฑ์หลายแห่งของจีนนิยมจัดทำ ในฐานะของ ศิลปะดิจิทัล ซึ่งทางยุโรปให้ความสำคัญกับศิลปะสายนี้มานานกว่าสองทศวรรษแล้ว ทางจีนเองก็เริ่มจัดทำศิลปะแนวนี้มากขึ้นด้วย โดยมีการจำหน่ายทั้งบนออนไลน์และออฟไลน์ สำหรับผลงานภาพดิจิทัล ดาบของโกวเจี้ยน มีการจัดจำหน่ายผ่านช่องทางแพลทฟอร์มดังอย่าง Alipay โดยใช้ Mini-Program ยอดนิยมอย่าง AntChain ซึ่งเป็นหนึ่งในช่องทางที่ได้รับความนิยมมากในจีนเวลานี้สำหรับการซื้อขาย NFT ที่เป็นกลุ่มงานศิลปะจากวัฒนธรรมจีนโบราณ โดยมีการสำรวจและรายงานจากสถาบันตุ้นหวงของจีนที่สำรวจเกี่ยวกับเทคโนโลยีเครือข่ายและบล็อกเชน พบว่าผู้สนใจและซื้อขายงานศิลปะเหล่านี้ผ่านทางแพลทฟอร์มมือถือ ส่วนมากคือกลุ่มคนรุ่นใหม่ในจีน โดยเฉพาะตั้งแต่ Gen-Y ลงมา ซึ่งถือว่ามีกำลังซื้อในระดับหนึ่ง โดยก่อนหน้านี้มีการพบว่าภาพศิลปะดิจิทัลที่ได้รับความนิยมเกินคาดก็คือภาพแบ็คกราวน์ผนังถ้ำที่ก่านซู ซึ่งทำยอดขายบน Alipay ได้ราว 8,000 ชิ้น ปล.บางทีก็แปลกใจไม่ได้ว่า ทำไมภาคส่วนของไทยเราที่เกี่ยวข้องกับวัฒนธรรม ไม่ทำอะไรแบบนี้ออกมาโปรโมทบ้างนะ ที่มา https://technode.com/2021/11/05/chinese-museums-and-galleries-tap-blockchain-tech-to-digitize-ancient-chinese-artifacts/

พิพิธภัณฑ์จีนบุกตลาด NFT วัยรุ่นจีนซื้อภาพดาบโกวเจี้ยนหมดเกลี้ยง

ทีม E-Sport จีน โค่นเกาหลีใต้ คว้าแชมป์ League of Legends

เป็นอีกหนึ่งในความสำเร็จระดับโลกของทีมกีฬา E-Sport -องจีน หลังจากพวกเขาเอาชนะการแข่งขันในศึกของเกมดังอย่าง League of Legends ด้วยการโค่นเกาหลีใต้ลงได้ 3-2 เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ทำให้เรื่องนี้กลายเป็นเทรนด์ดังอยู่ในโซเชียลของจีนตลอดวันนี้ ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาวงการกีฬา E-Sport ของจีนมีการเติบโต้ก้าวหน้าไปอย่างมาก ซึ่งในโซเชียลจีนก็กล่าวกันว่าความสำเร็จนี้เป็นผลลัพธ์จากการแข่งขันและความก้าวหน้าของวงการในจีนเองที่ส่งผลต่อผู้เล่นในการพัฒนาความสามารถ ซึ่งคาดว่าจะทำให้จีนเป็นหัวแถวของวงการในระดับโลกด้วย ปัจจุบันวงการ E-Sport ของจีนและในหลายประเทศเริ่มยกระดับกลายเป็นอุตสาหกรรมและธุรกิจขนาดใหญ่ที่มีมูลค่ามหาศาล มีผู้เล่นเพิ่มมากขึ้นในภาพรวม แล้วยังรวมถึงระบบบริหารจัดการ และบุคลากรที่เกี่ยวข้องด้วย สำหรับในจีนนั้นมีผู้เล่นเกมออนไลน์จำนวนมาก ส่งผลต่อการผลิตเกมออนไลน์ออกมามากกว่า 488 ล้านเกม ทั้งนี้ในปี 2019 ธุรกิจเกมออนไลน์สามารถทำรายได้มากถึง 9.4 หมื่นล้านหยวน กระทั่งในปี 2020 จึงเพิ่มขึ้นมากถึง 1.36 แสนล้านหยวน สัดส่วนเพิ่มมากขึ้นถึง 44% แล้วยังคาดว่าจะเติบโตขึ้นอีก ซึ่งส่วนหนึ่งก็มาจากการที่ผู้คนต้องกักตัวจากโควิด-19 ทำให้ธุรกิจเกมเติบโตขึ้นมากด้วย ทั้งนี้มีข้อมูลหนึ่งที่น่าสนใจมากสำหรับผู้เล่น E-Sport ในจีน คือการที่ผู้เล่นจำนวนไม่น้อยล้วนเป็นวัยรุ่นและคนที่มีการศึกษาดี จบจากมหาวิทยาลัยมีชื่อเสียง บ้างก็ผันตัวมาจากคนทำอาชีพในสายเทคโนโลยี โปรแกรมเมอร์ และอื่นๆ โดยในปีนี้มีข้อมูลอีกว่า ผู้เล่นเกือบ 95% ที่เข้าร่วมวงการ E-Sport ในจีนปีนี้ จบการศึกษาในสาขาที่เกี่ยวกับ E-Sport โดยตรงจากมหาวิทยาลัยแห่งชาติจีนที่หนานจิง แล้วในนั้นก็มีสัดส่วนมากถึง 62% ที่ตัดสินใจทุ่มเทให้อุตสาหกรรมนี้อย่างเต็มตัวเป็นอาชีพหลักเลย โดยครอบคลุมในธุรกิจที่เกี่ยวข้อง เช่น การเข้าร่วมกับบริษัทพัฒนาเกม ออกแบบเกม ไปจนถึงการแข่งขันและในส่วนที่เกี่ยวข้องด้วย ที่มา https://www.caixinglobal.com/2021-11-08/shanghai-esports-team-wins-league-of-legends-world-championship-101802149.html

ทีม E-Sport จีน โค่นเกาหลีใต้ คว้าแชมป์ League of Legends

Huobi เริ่มให้แลกเปลี่ยนคริปโตในยุโรปและละตินอเมริกา หลังจีนสั่งระงับ

ก่อนหน้านี้ แพลทฟอร์มดังอย่าง Huobi ซึ่งเปิดให้บริการมานาน ในฐานะของแพลทฟอร์มแลกเปลี่ยนคริปโต ได้ยุติการให้บริการเปิดบัญชีใหม่กับลูกค้าในจีนแผ่นดินใหญ่ไปแล้ว หลังจากทางการจีนที่ปักกิ่งได้ประกาศให้ธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับบิทคอยน์และสกุลเงิจดิจิทัลอื่นๆเป็นสิ่งที่ผิดกฎหมายจีน ล่าสุด แพลทฟอร์ม Huoboi ได้หาทางออกด้วยการบุกตลาดในระดับโลก โดยเฉพาะตลาดผู้ใช้งานในยุโรป ละตินอเมริกา เอเชีย และตะวันออกกลาง โดยเฉพาะการบุกเข้า รัสเซีย ยูเครน เอเชียอาคเนย์ นอกจากนี้ยังดึงดูดนักลงทุนในอังกฤษและสวิสเซอร์แลนด์ด้วย เจฟฟ์ เม่ย ผู้อำนวยการฝ่ายกลยุทธ์การตลาดของ Huobi ได้กล่าวว่า “ยังมีพื้นที่อีกมากสำหรับคริปโต รวมถึงการปรับตัวเองให้เข้ากับสถานการณ์ต่างๆ ทุกวันนี้มีคนที่เริ่มศึกษาเกี่ยวกับคริปโตและการลงทุนที่เกี่ยวข้องมากขึ้น ทำให้จำนวนการเทรดมีอัตราเพิ่มขึ้นมากในช่วงหลัง” แม้ว่าสถานการณ์ในจีนช่วงปีที่ผ่านมา จะเข้มงวดกับการกราบปรามการทำธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับคริปโต แต่ก็ดูเหมือนว่าการลงทุนแนวนี้จะกลายเป็นกระแสหลักที่มาแรงมากขึ้นเรื่อยๆ ที่มา https://www.caixinglobal.com/2021-11-08/chinese-cryptocurrency-exchange-huobi-ramps-up-global-expansion-amid-domestic-crackdown-101802143.html

Huobi เริ่มให้แลกเปลี่ยนคริปโตในยุโรปและละตินอเมริกา หลังจีนสั่งระงับ

จีนสั่งห้ามอินฟลูเอนเซอร์ ทำไลฟ์เชิญชวนการลงทุน

มีประเด็นเกี่ยวกับการสั่งแบนและห้ามบรรดา Influencer ในการทำ Live Streaming ที่ไปในทางแนะนำการลงทุน รวมถึงการเชิญชวนเปิดบัญชีลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ ก่อนหน้านี้เมื่อเดือนกันยายน ทางการจีนได้ออกมาตรการควบคุมการทำ Live Stream ในบางประเด็นที่เกี่ยวข้องกับเยาวชนที่อายุต่ำกว่า 16 ปี รวมถึงการจำกัดระยะเวลาในการเข้าใช้งาน Live และเล่นเกมออนไลน์ของเยาวชนด้วย ล่าสุดยังมีมาตรการใหม่ๆที่ออกมาห้ามบรรดา Influencer ในการทำ Live เพื่อแนะนำการลงทุนหรือชักชวนให้เปิดบัญชีการลงทุนใดๆ ทั้งในตลาดหลักทรัพย์หรือการลงทุนในรูปแบบต่างๆ สาเหตุหนึ่งที่ทำให้มาตรการนี้ออกมาใช้ ก็เนื่องจากหลายปัจจัย ส่วนหนึ่งมีเรื่องของความสำเร็จและความนิยมของบรรดา Influencer ที่มีพลังในการชักชวน การรีวิว ให้คนเข้ามาซื้อสินค้ากันแบบถล่มทลาย ซึ่งก็มีตัวอย่างให้เห็นกันเยอะมาก นอกจากนี้ในช่วงหลังเริ่มมีการพบว่าบรรดา Influencer เหล่านี้เริ่มขยายขอบเขตในการขายสินค้าและรีวิว มาเป็นการเชื้อเชิญให้เปิดบัญชีลงทุนเพิ่มด้วย แต่การชักชวนการลงทุนดังกล่าวของเหล่า Influencer เริ่มถูกจับตามองว่าเป็นการหารายได้ที่อาจมีกลยุทธ์ซ้อนเร้น อีกทั้งคนเหล่านี้ไม่ได้รับผิดชอบต่อการชวนลงทุนของผู้เปิดบัญชีอีกต่างหาก ซึ่งกลายเป็นว่าคนที่เจอปัญหาขาดทุนก็กลายเป็นเหล่าลูกค้า แต่สถานะทางการเงินของเหล่า Influencer ยังคงมีมากขึ้น โดยเฉพาะในปี 2020 ที่สถานการณ์โควิด-19 ระบาด มีการพบลักษณะการหารายได้ของเหล่า Influencer ในแง่นี้มากขึ้น ทางการจีนจึงหาทางป้องกันปัญหาดังกล่าวที่อาจจะกลายเป็นปัญหาระยะยาว จึงออกมาตรการสั่งห้าม และถือว่าผู้ละเมิดเป็นการทำผิดกฎหมายชัดเจน ที่มา https://www.caixinglobal.com/

จีนสั่งห้ามอินฟลูเอนเซอร์ ทำไลฟ์เชิญชวนการลงทุน

กระแสแฮชแท็กดังใน Weibo ต่อต้านการทำงานแบบ 996

ในโซเชียลมีเดียจีนยอดนิยมอย่าง Weibo เริ่มมีการติดแฮชแท็กต่อต้านวัฒนธรรมการทำงานในแบบ 996 ซึ่งใช้กันในบริษัทหลายแห่งของจีน ซึ่งตัวเลขที่ว่านี้มาจากระยะเวลาในการทำงานตั้งแต่เวลา 9.00am-9.00pm และทำงาน 6 วัน โดยมีวันหยุด 1 วันต่อสัปดาห์ ทำให้เรียกรวมกันว่า 996 การติดแฮชแท็กนี้เริ่มแพร่หลายมากขึ้นในช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมา เป้าหมายเพื่อต้องการบอกว่าการทำงานแบบ 996 ควรยกเลิกได้แล้ว โดยเฉพาะบรรดาวัยรุ่นและคนทำงานตั้งแต่ช่วงอายุ 25-40 ปี จำนวนไม่น้อยเลยที่มองว่าวัฒนธรรมการทำงานหนักเกินไปแบบนี้ควรเปลี่ยนแปลง เพราะมันส่งผลเสียต่อสภาพจิตใจและร่างกาย โดยเฉพาะการทำให้เกิดความเคร่งเครียดสูง การแข่งขันที่สูงในทุกวงการ อีกทั้งรายได้ก็ไม่ได้ว่าได้มากขึ้นตามมาอย่างที่ควร แม้ว่าจีนในยุคใหม่จะประสบความสำเร็จมากในการพาประเทศหลุดพ้นจากความยากจน โดยเฉพาะคนจีนในชนบท เรียกง่ายๆว่าสัดส่วนของเวลาในการทำงานและรายได้มันสวนทางกัน อย่างไรก็ตามต้องยอมรับว่า วัฒนธรรมการทำงานหนักหน่วงแบบนี้เป็นหนึ่งในสาเหตุสำคัญที่ช่วยให้จีนก้าวกระโดดจากประเทศด้อยพัฒนาและชาติยากจน ให้กลายมาเป็นชาติมหาอำนาจทางเศรษฐกิจจีนได้ในเวลานี้นั่นเอง ซึ่งหนึ่งในบริษัทยักษ์ใหญ่ในจีนที่ใช้แนวทาง 996 แล้วประสบความสำเร็จมากก็คือ Alibaba นั่นเอง นอกจากนี้ยังมีงานวิชาการจำนวนหนึ่งในช่วงหลังเริ่มชี้ว่ามันจะส่งผลเสียต่อสุขภาพกายและจิตใจ รวมถึงประสิทธิภาพที่ออกมาไม่ได้ว่าดีอย่างที่คิด ที่สำคัญคือเรื่องนี้มีผลทำให้วัยรุ่นจีนช่วงหลังเริ่มไม่อยากมีลูกกันมากขึ้น จนกลายเป็นปัญหาให้รัฐบาลจีนต้องออกมากระตุ้นการจับคู่ของวัยรุ่น บางทีนโยบาย 996 ก็อาจจะได้รับการเปลี่ยนแปลงก็ได้ เพราะเมื่อทางการจีนออกมาตรการควบคุมและลดการให้การบ้านต่อเด็ก รวมถึงการเรียนพิเศษ หลังจากนี้ช่วงเวลาการทำงานก็อาจจะถูกปรับให้ยืดหยุ่นด้วยเหมือนกัน ที่มา https://www.whatsonweibo.com/goodbye-996-weibo-discussions-on-changes-in-overtime-work-culture/

กระแสแฮชแท็กดังใน Weibo ต่อต้านการทำงานแบบ 996

Li Ning แบรนด์เสื้อกีฬาที่จับตลาดวัยรุ่นจีน แทนที่ Nike Adidas

ตอนนี้ตลาดจีนกำลังมีกระแสที่เรียกว่า China-Chic หมายถึงการที่ผู้บริโภคชาวจีน โดยเฉพาะกลุ่มวัยรุ่น วัยกลางคน ซึ่งเป็นพวกที่มีกำลังซื้อสูง ตั้งแต่อายุระหว่าง 20-40 ปี หันมาให้ความใส่ใจกับการซื้อสินค้าจากแบรนด์จีนมากขึ้น ส่วนหนึ่งของกระแสนี้ก็มาจากการที่แบรนด์ดังจากตะวันตกบางยี่ห้อผิดพลาดในการสื่อสารการตลาดหรือไม่ก็เกิดเหตุดราม่าที่ทำให้แบรนด์ของพวกเขาถูกแบนจากคนจีนมากขึ้น ปรากฏว่าในกระแสนี้ มีบางแบรนด์ของจีนเองที่ได้ประโยชน์ โดยเฉพาะในช่วงปลายปีที่ตลาดจีนโดยเฉพาะการซื้อขายสินค้าทางออนไลน์ที่มีช่วงเทศกาลลดราคาครั้งใหญ่ เช่น 11.11 ซึ่งหนึ่งในแบรนด์จีนที่มีกระแสขึ้นมาในช่วงนี้ก็คือ Li Ning ซึ่งเป็นแบรนด์เสื้อผ้ากีฬาที่ก่อตั้งโยอดีตนักกีฬาโอลิมปิกยิมนาสติกชื่อดังของจีนเอง โดยตั้งชื่อแบรนด์ตามชื่อของเจ้าตัวเลย แบรนด์ Li Ning ก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 1989 จากนั้นจึงเริ่มบุกเข้าตลาดตะวันตก โดยเฉพาะในยุโรป ตั้งแต่ปี 2005 โดยเริ่มเข้าไปร่วมทำตลาดกับพาร์ทเนอร์ที่ฝรั่งเศส จากนั้นก็เริ่มทำตลาดมากขึ้นและเป็นแบรนด์เสื้อผ้าจีนที่ทำรายได้อันดับต้นๆของจีนเอง กระทั่งเริ่มเปิดสำนักงานแห่งแรกในสหรัฐอเมริกาเมื่อปี 2010 แล้วก็เริ่มขยายตลาดออกไปหลายประเทศมากขึ้น ซึ่งระหว่างนั้นก็ล้มลุกคลุกคลาน ในแง่ของรายได้และผลกำไร และการขาดทุนเป็นระยะ แต่ล่าสุดเกิดมีกระแสความนิยมต่อ Li Ning สำหรับคนจีนรุ่นใหม่ ที่มีเหนือแบรนด์เสื้อผ้ากีฬาชื่อดังอย่างยี่ห้อ Nike และ Adidas ซึ่งไม่ใช่แค่จากคนจีนในจีนแผ่นดินใหญ่เองเท่านั้น แต่ยังรวมถึงคนจีนที่อยู่ในต่างแดน โดยเฉพาะวัยรุ่นและนักศึกษาที่ไปศึกษาอยู่ในตะวันตก เช่น แคนาดา ซึ่งมียอดสั่งซื้อเสื้อผ้ากีฬา Li Ning มากขึ้น โดยกระแสนี้เริ่มมาตั้งแต่ปีก่อน และในครึ่งปีแรกของปี 2021 โดยมีรายงานว่า พวกเขาทำรายได้เพิ่มขึ้นมากกว่า 65% และมีผลกำไรเพิ่มขึ้นถึง 187% เฉพาะใน 6 เดือนแรกของปีนี้ คิดเป็นรายได้มากถึง 1.57 พันล้านเหรียญเลยทีเดียว ต้องรอดูกันต่อไปว่า ความสำเร็จของ Li Ning จะส่งผลต่อแบรนด์อื่นๆและธุรกิจกลุ่มอื่นที่ทำการตลาดกับคนจีนในประเทศและต่างประเทศมากน้อยแค่ไหน เพราะช่วงนี้ดูเหมือนจะเป็นโอกาสทำเงินสุดๆของแบรนด์จีนแล้ว ที่มา https://www.caixinglobal.com/2021-11-06/chinas-domestic-sportwear-brands-rapidly-closing-on-nike-adidas-101801427.html https://frontofficesports.com/li-ning-profits-increase-187-in-h1-2021/

Li Ning แบรนด์เสื้อกีฬาที่จับตลาดวัยรุ่นจีน แทนที่ Nike Adidas

เปิดตัว นวัตกรรม เทคโนโลยี สินค้าใหม่ๆในงาน Expo ที่เซี่ยงไฮ้

มีการเปิดตัวผลิตภัณฑ์เทคโนโลยีที่เป็นนวัตกรรมใหม่ๆหรือการต่อยอดจากนวัตกรรมที่มีอยู่แล้วให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นไปอีก รวมแล้วมากกว่า 100 รายการ ตัวอย่างเปิดตัวผลิตภัณฑ์ที่น่าสนใจ เช่น 1.PET/CT สแกนเนอร์ รุ่นใหม่ ของบริษัท Siemens Healthineers ที่สามารถตรวจสุขภาพร่างกายในภาพรวมได้ด้วยการสแกนในเวลาเพียงแค่ 15 วินาที แล้วสามารถตรวจสอบปัญหาเรื่องสุขภาพที่หลายคนกังวลได้ แม้แต่การตรวจเซลล์มะเร็งในเบื้องต้น 2.เครื่องประเมินและออกแบบการทำศัลยกรรมความงาม โดยเฉพาะดวงตา ที่ช่วยให้เราไม่ต้องเสี่ยงเอาดาบหน้ามากเกินไป รวมถึงการประเมินเรื่องสีผิวสำหรับคนที่อยากเปลี่ยนสีผิวด้วย 3.เครื่องตรวจสอบระดับฮีโมโกลบิน 4.รถยนต์ไฟฟ้ารุ่นใหม่ๆ จากแบรนด์ยุโรป นวัตกรรมหลายตัวมีการเปิดตัวเพื่อเรียกความสนใจจากลูกค้าและนักลงทุนที่เข้ามาในงาน ซึ่งก็คาดว่าบางชิ้นอาจจะเริ่มทำตลาดและมีการจัดจำหน่ายในตลาดทั่วไปภายหลัง ที่มา https://www.chinadaily.com.cn/a/202111/07/WS61875463a310cdd39bc73cde.html

เปิดตัว นวัตกรรม เทคโนโลยี สินค้าใหม่ๆในงาน Expo ที่เซี่ยงไฮ้

เปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้า Ora Good Cat ของจีน

หนึ่งในเรื่องฮือฮาของวงการยานยนต์จีน เมื่อได้มีการเปิดตัวรถยนต์ที่ใช้พลังงานไฟฟ้าแบบ 100% ของ ORA Good Cat ซึ่งเป็นบริษัทยานยนต์สัญชาติจีน สำหรับรถ ORA Good Cat เป็นรถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% พร้อมด้วยระบบอัจฉริยะ ซึ่งคาดว่าจะทำตลาดในจีนและเอเชียได้มากขึ้นหลังจากนี้ รวมถึงในไทยด้วย รถยนต์ไฟฟ้า ORA Good Cat แบบ 100% ถือว่าเป็นสมาชิกใหม่ของ GWM เกรท วอลล์ มอเตอร์ บริษัทยานยนต์สัญชาติจีน ซึ่งน่าจับตามองในการขยายตลาดหลังจากนี้ ที่มา https://www.gwm.co.th/ora-good-cat/

เปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้า Ora Good Cat ของจีน