top of page

My Items

I'm a title. ​Click here to edit me.

ดูนี่สิ! แบรนด์ยุโรปพาเที่ยวจีน สามเมือ��งธรรมชาติ แคมเปญใหม่ดึงลูกค้าจีนกลับมา?

ดูนี่สิ! แบรนด์ยุโรปพาเที่ยวจีน สามเมืองธรรมชาติ แคมเปญใหม่ดึงลูกค้าจีนกลับมา?

หลังจากสร้างปรากฏการณ์กับ flagship store เรือ "The Louis" ใจกลางเซี่ยงไฮ้เมื่อมิถุนายนที่ผ่านมา Louis Vuitton ไม่หยุดแค่นั้น ปล่อยแคมเปญใหม่ "The Spirit of Travel" ที่ผสมผสานความหรูหราของแบรนด์เข้ากับธรรมชาติอันงดงามของจีน The Spirit of Travel เป็นแคมเปญถ่ายทอดความสวยงามของธรรมชาติใน 3 จุดหมายสุดพิเศษในประเทศจีน ผ่านเลนส์ของช่างภาพชาวอเมริกัน Alec Soth พร้อมกับการจัดแสดงกระเป๋าและหีบเดินทางซิกเนเจอร์ของแบรนด์ได้อย่างลงตัว จุดหมายแรก เชิญชวนให้ทั่วโลกมาชมความงามของวิวแม่น้ำลี่เจียงที่ห้อมล้อมไปด้วยภูเขาที่กุ้ยหลิน ต่อมา ชมความงามทางสถาปัตกรรมของวัดเสวียนคง วิหารลอยฟ้าที่ต้าถง สุดท้าย มาชมความอลังการของหุบเขาธรรมชาติที่จางเจียเจี้ย ความทุ่มเทในการทำการตลาดครั้งนี้ ได้รับกระแสที่ดีในประเทศจีน สร้าง emotional connection ให้กับลูกค้า หรือนี่จะเป็นกลลยุทธ์ดึงฐานลูกค้าจีนกลับมา หลังจากที่ยอดขายหายในช่วงที่ผ่านมา

ยิ่งน่าเกลียดยิ่งปัง สไตล์ใหม่ที่โดนใจวัยรุ่นจีน

ยิ่งน่าเกลียดยิ่งปัง สไตล์ใหม่ที่โดนใจวัยรุ่นจีน

#怎么越丑的东西越火# ทำไมของที่ยิ่งน่าเกลียดยิ่งปัง กระแสที่ร้อนแรงบนเว่ยปั๋ว มีชาวเน็ตจีนเข้ามาแสดงความเห็นอย่างล้นหลาม จนยอดวิวมากกว่า 27 ล้านวิว กระแสนี้ไม่ใช่เรื่องขำๆ แต่สะท้อนถึงจิตวิทยาสังคมและกลยุทธ์การตลาดจีนได้อย่างลึกซึ้ง Level Up ขอสรุปเทรนด์นี้ใน 3 ประเด็นหลัก พร้อมมุมมองการตลาดที่คนไทยควรรู้เพื่อปรับตัวให้ทันเทรนด์จีนครับ 1. การเยียวยาทางจิตใจ: จากความวิตกกังวลเรื่องความเนี้ยบ สู่การเยียวยาผ่านความไร้สาระ ในยุคที่ “ความเป๊ะ” กลายเป็นเรื่องธรรมดา คนรุ่นใหม่กลับรู้สึกกดดันจนเกิดความเครียดจากการต้องดูดีอยู่ตลอดเวลา ของ “น่าเกลียดแต่น่ารัก” (ภาษาจีนเรียกว่า 丑萌 chǒu méng) อย่าง Labubu หรือตุ๊กตาปลาในซานริโอ้ กลายเป็นเครื่องมือปลดปล่อยความรู้สึก เป็นการ “ลดมาตรฐานความงาม” เพื่อผ่อนคลายจิตใจ ทำให้สร้างความสุข สนุก ตลกขบขัน ได้ดีกว่า นอกจากนี้ ของน่าเกลียดน่าชัง ยังถือเป็น“พลังการแทรกซึมในสังคม” (social penetrability) กลายเป็นรหัสลับที่คนรุ่นใหม่ใช้ในการแยกแยะและเชื่อมโยงกับคนที่มีรสนิยมคล้ายกัน ที่น่าสนใจคือ การโพสต์ของของเหล่านี้บนโซเชียลมักได้รับยอดตอบรับสูงกว่าการโพสต์ภาพสินค้าหรือสิ่งของที่ “สวยงาม” ตามมาตรฐานทั่วไป 2. แผนการตลาด: กระแสที่ถูกจัดวางมาอย่างแยบยล ความสำเร็จของสินค้าน่าเกลียดไม่ได้มาโดยบังเอิญ แต่มาจากสูตรสำเร็จที่ลงตัว: “ความน่าเกลียด 30% + ความหายาก 50% + การสุ่ม 20%” ตัวอย่าง Pop Mart ใช้ระบบ Blind Box ในการจำหน่าย โดยตั้งอัตราการได้ Labubu รุ่นซีเครตไว้ที่ 1 ใน 144 สร้างปรากฏการณ์แบบ กล่องทดลองชองสกินเนอร์ Skinner Box Effect ที่ยิ่งได้ยากก็ยิ่งอยากได้ ทำให้ยอดขายของซีรีส์นี้ในปี 2024 พุ่งขึ้นถึง 726% ด้วยความหายากนี้ นักเก็งกำไรจากต่างประเทศจึงสร้างเครือข่ายรีเซลล์ข้ามพรมแดน เคสตัวอย่าง Labubu เวอร์ชันพิเศษขายเฉพาะในไทย ที่ถูกรีเซลล์หน้างานทันทีในราคาสูงกว่าป้ายถึง 300% บางตัวมีราคาขายบนแพลตฟอร์มอย่าง StockX สูงกว่าราคาทางการถึง 2.4 เท่า ความหายากที่ถูกสร้างขึ้นนี้ ได้เปลี่ยนตุ๊กตาน่าเกลียดน่าชังให้กลายเป็น “ทองคำพลาสติก” ในโลกแห่งนักสะสม 3. การสร้างวัฒนธรรมใหม่: การเติบโตอย่างไร้ขีดจำกัดของความงามรูปแบบใหม่ สินค้าสุดโต่งอย่าง “กระเป๋าขยะ” “กางโปรงที่คล้ายกางเกงในชาย” ของ Balenciaga และ "หมวกกันน็อกทรงกาน้ำร้อน"จากการประกวดสินค้าน่าเกลียดบน Taobao คือการใช้ “ความน่าเกลียดแบบอุตสาหกรรม” มารื้อถอนความงามแบบวิจิต รูปแบบนี้ชาวเน็ตจีนเรียกว่า ความงามแนว “丧尸ซอมบี้” ซึ่งได้สร้างนิยามใหม่ให้กับสัญลักษณ์การบริโภค เพราะการถือกระเป๋าขาดราคา 12,000 หยวน ประมาณ 60,000บาท กลับดู “เข้าถึง เข้าใจเกม ” มากกว่าการถือกระเป๋า Hermès เสียอีก “ความน่าเกลียดน่าชัง” ยังมองเป็นสกุลเงินทางสังคมในโซเชียล ยิ่งมีเยอะยิ่งดังยิ่งรวยความตลก ความสนุก ซึ่งได้มาจากการโพสของน่าเกลียดน่าชังหรือแม้กระทั่งมีม อีโมจิแปลกๆฮาๆ จากความน่าเกลียดน่าชัง คนมองว่าตลก จึงอยากแชร์ เมื่อคนแชร์เยอะก็เกิดเป็นไวรัล สุดท้ายกลายเป็นกระแสหลักในไม่กี่คลิก ขนาด Taobao ได้จัดเวทีประกวดสินค้าน่าเกลียด และมียอดผู้ชมทะลุ 4.68 ล้านครั้ง นี่เป็นการยืนยันว่ากระแสนี้กำลังแทรกซึมและกลืนกินรสนิยมกระแสหลักอย่างชัดเจน -> หากคุณกำลังทำตลาดจีน อย่าเพิ่งตัดสินสินค้าน่าเกลียดน่าชัง ในตลาดจีน ความน่าเกลียดที่มี “เสน่ห์เฉพาะตัว” สามารถกลายเป็นสินค้ายอดนิยมได้ หากมี Story, Limited Edition หรือความหายากร่วมด้วย หากอยากได้ยอดการมีส่วมร่วมมากขึ้น อาจใช้มีมและความตลกเป็นกลยุทธ์ไวรัล หากสินค้าคุณพอจะ “เล่นกับความแปลก” ได้ ลองสร้างคาแรกเตอร์หรือคอนเทนต์แหวกแนว เพื่อจุดกระแสความฮาในโซเชียลจีน สุดท้ายอย่าคิดว่าแค่สวยจะขายได้ คนจีนรุ่นใหม่สนใจ ของที่ "จริงใจ" และ "ขัดกับความสมบูรณ์แบบ" มากขึ้นเรื่อยๆ เพราะมันทำให้รู้สึกว่าแบรนด์เข้าใจและกล้าพูดภาษาที่ตรงใจคนรุ่นใหม่มากกว่า ที่มา : https://s.weibo.com/weibo?q=%23%E6%80%8E%E4%B9%88%E8%B6%8A%E4%B8%91%E7%9A%84%E4%B8%9C%E8%A5%BF%E8%B6%8A%E7%81%AB%23

7 เทรนด์ ตลาดจีน 2025 อะไรมาแรง คนจีนบริโภคแบบไหนมาอัพเดทกัน

7 เทรนด์ ตลาดจีน 2025 อะไรมาแรง คนจีนบริโภคแบบไหนมาอัพเดทกัน

1.เศรษฐกิจดิจิทัล: คาดว่าตลาดเศรษฐกิจดิจิทัลของจีนในปี 2025 จะเติบโตจนมีมูลค่าสูงถึง 708,000 ล้านหยวน หรือเพิ่มขึ้น 12.1% จากปี 2024 สะท้อนให้เห็นถึงการขยายตัวอย่างรวดเร็วของอุตสาหกรรมเทคโนโลยี ปัจจุบัน บริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ของจีนต่างแข่งขันกันพัฒนา AI รุ่นใหม่ๆ เพื่อตอบสนองความต้องการของตลาดและผลักดันนวัตกรรมให้ก้าวล้ำยิ่งขึ้น . 2.เศรษฐกิจการบินระดับต่ำ(Low-altitude Economy):โดรนและหุ่นยนต์ไร้คนขับมากำลังเข้ามามีบทบาทในเชิงพาณิชย์เพื่อให้บริการต่างๆเช่น ขนส่งสินค้าและอาหารเป็นต้น ซึ่งจะกำหนดความสูงไม่เกิน 1000เมตร ในปีนี้เทคโนโลยีเหล่านี้จะถูกนำมาประยุกต์ใช้ทั้งในการดับเพลิง การลาดตะเวนตรวจสอบความปลอดภัย การเกษตร และด้านอื่นๆมากขึ้น . 3.ตลาดสินค้า IP: ในปี2024 เศรษฐกิจสินค้าIP เติบโตขึ้น 40.63% มูลค่ากว่า 168,900ล้านหยวน และคาดการณ์ในปี 2025 จะเติบโตถึง 202,100ล้านหยวน สินค้าIP หมายถึง สินค้าที่มีลิขสิทธิ์ทางปัญญาที่มาจากโลกสองมิติ หรือ การ์ตูน อนิเมะ ละครและภาพยนตร์ ไม่ว่าจะเป็นการ์ดสะสม โปสเตอร์ ตุ๊กตา ของเล่น พวงกุญแจ โมเดลฟิกเกอร์ เป็นต้น โดยผู้บริโภค 61.39%เป็นผู้หญิง 75.06%ต้องการสะสมสินค้าแบบครบเซ็ต และ84.02%ยินดีที่จะจ่ายแพงขึ้นเพื่อได้สินค้าลิมิเต็ด . 4.ตลาดสัตว์เลี้ยง:ในปี2025 คาดว่าจำนวนครัวเรือนที่เลี้ยงสัตว์จะเพิ่มขึ้น โดยบ้านที่เลี้ยงแมว คาดว่าโต 17.5% และบ้านที่เลี้ยงหมา คาดว่าโต 18.5% ด้านตลาดอาหารสัตว์เลี้ยงก็เติบโตไม่แพ้กัน ในปี2024มูลค่าตลาดสูงถึง 701,300ล้านหยวน และคาดการณ์จะเติบโตถึง 1,150,000ล้านหยวนในปี 2028เลยทีเดียว . 5.ตลาดเครื่องสำอาง: แต่งหน้าเพื่อตัวเอง! เทรนด์ใหม่ที่ขับเคลื่อนตลาดเครื่องสำอางค์จีน พร้อมทั้งยังเลือกใช้เครื่องสำอางสีหลากหลายมากขึ้น สถานการณ์ที่คนจีนแต่งหน้ามากที่สุดคือ ไปช้อปปิ้ง/พักผ่อน รองลงมาคือไปทำงาน เหตุผลหลักในการแต่งหน้าคือเพื่อความสุขทางใจ รองลงมาคือเพิ่มเสน่ห์เพิ่มออร่า และทำให้สวยงาม ดูดีขึ้น ตามลำดับ . 6.ตลาดอาหารและเครื่องดื่มจีน: คาดการณ์ว่าในปี 2025 ตลาดจะมีรายได้เพิ่มขึ้น 3.4% หรือมูลค้า 5,671,200ล้านหยวน โดยธุรกิจร้านอาหารเครื่องดื่มขนาดใหญ่กว่า 80.9% วางแผนและเริ่มบุกไปต่างประเทศแล้ว โดย 30.1% ของธุรกิจทุกขนาดเลือกที่จะไปบุกตลาดประเทศญี่ปุ่นกับเกาหลี รองลงมา 29.6%เลือกที่จะมาเจาะตลาดอาเซียน . 7.ตลาดชาจีน: ผู้บริโภคมีการเลือกดื่มชาที่แตกต่างกันไป โดย 41.4% เลือกดื่มชาสด ด้วยเหตุด้านรสชาติ ความสดใหม่ และยังเลือกระดับอุณหภูมิและความหวานได้ตามต้องการ 20.3% เลือกชาซอง เพราะชงสะดวก พกพาง่าย มีช่องทางซื้อที่หลากหลาย ที่เหลือ 38.3%ชอบดื่มทั้งสองแบบ ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ ณ ขณะนั้น . ที่มา: iiMediaResearch #เทรนด์   #เทรนด์วันนี้   #จีน   #นักท่องเที่ยวจีน

The person in charge of the Department of Consumption Promotion of the Ministry of Commerce talks about the situation of China's consumer market in September 2024

The person in charge of the Department of Consumption Promotion of the Ministry of Commerce talks about the situation of China's consumer market in September 2024

In September, the effectiveness of the policy of replacing old consumer goods with new ones continued to be released, and the consumer market showed a good trend of recovery. According to the National Bureau of Statistics, the total retail sales of consumer goods rose 3.2% year on year to 4.11 trillion yuan, 1.1 percentage points faster than the previous month. In the first three quarters of this year, the total retail sales of consumer goods reached 35.36 trillion yuan, a year-on-year growth of 3.3 percent. The first is to show the effect of replacing the old with the new. Retail sales rose 3.3 percent year on year to 3.67 trillion yuan in September, 1.4 percentage points faster than the previous month, according to the National Bureau of Statistics. Retail sales of household appliances above designated units increased by 20.5% year-on-year, 17.1 percentage points higher than that of the previous month; Retail sales of automobiles and furniture both increased by 0.4% year-on-year, turning from negative to positive. Second, service consumption grew rapidly. According to the National Bureau of Statistics, in the first three quarters of this year, the retail sales of services increased by 6.7% year-on-year, 3.7 percentage points faster than the retail sales of goods in the same period. The revenue of catering industry increased by 6.2% to 3.94 trillion yuan. Per capita consumer spending on education, culture, entertainment and transportation and communications increased by 10.1% and 10.0%, respectively. Third, coordinated online and offline development. According to the National Bureau of Statistics, in the first three quarters, online consumption grew rapidly, and online retail sales of physical goods increased by 7.9% year-on-year, accounting for 25.7% of the total. Physical retail sales grew steadily, and retail sales of convenience stores, professional stores and supermarkets increased by 4.7%, 4.0% and 2.4% respectively. Fourthly, rural consumption is faster than urban consumption. Retail sales of consumer goods in rural areas rose 3.9 percent year on year to 606.8 billion yuan in September, 0.8 percentage points faster than those in urban areas, according to the National Bureau of Statistics. In the first three quarters of this year, retail sales of consumer goods in rural areas reached 4.77 trillion yuan, a year-on-year growth of 4.4 percent, 1.2 percentage points faster than that in urban areas. The per capita consumption expenditure of rural residents increased by 6.5 percent year on year, 1.5 percentage points faster than that of urban residents.

Chinese young people promote the trend of 'emotional consumption'

Chinese young people promote the trend of 'emotional consumption'

Beijing based POP MART announced in its latest business report that its overall revenue in the third quarter increased by 120% to 125% year-on-year. Analysts say that the performance of this Chinese blind box toy retail giant has far exceeded market expectations. As a rare highlight in the consumer market, this brand has millions of young fans. They are willing to spend a lot of money on these small dolls that can provide emotional and social value. In China, there are approximately 280 million people born between 1996 and 2012 who are driving a trend of "emotional consumption". In fast-paced and high-pressure living and working environments, they have strong emotional needs, "said by Mo Daiqing, a senior e-commerce analyst in Hangzhou. Blind boxes and personalized decorations are highly sought after by young people. These types of items may not necessarily have functionality, but they can provide comfort, entertainment, or personal expression. POP MART announced in its latest business report that the company achieved strong sales growth in both online platforms and offline stores in the third quarter, with significant growth in overseas market revenue. The price of a POP MART small blind box is usually between 69 and 79 yuan, while the price of some large dolls can be as high as thousands of yuan. Cao Zuo, a college student in Shanghai, is a fan of POP MART toys. She said that people who keep buying blind boxes are "paying for love" because cute products can "provide some kind of spiritual healing".

มิจฉาชีพแบบใหม่ ร้านค้าต้องระวัง 2ชั่วโมงสูญ5แสน!

มิจฉาชีพแบบใหม่ ร้านค้าต้องระวัง 2ชั่วโมงสูญ5แสน!

. ร้านค้าออนไลน์ ขายของใช้ในบ้านที่มณฑลเจ้อเจียง ประเทศจีน อยู่ดีๆออเดอร์เข้าเกือบ200ออเดอร์ แต่ออเดอร์เหล่านั้นกลับยกเลิกและขอค่าชดเชย โดยให้เหตุผลว่าร้านค้าปฏิเสการธส่งของ ทำให้ร้านค้าสูญเสียกว่า 1.1แสนหยวน หรือ 5.2แสนบาท ภายใน2ชั่วโมง . ที่ประเทศจีนจะมีกฏหมายที่คุ้มครองผู้บริโภคไม่ว่าจะเป็นสามารถส่งของคืนได้ภายใน 7 วันโดยไม่ต้องมีเหตุผล หรือการขอค่าชดเชยต่างๆจากทางร้านค้า เช่น ร้านค้าปฏิเสธการส่งของ เป็นต้น พวกมิจฉาชีพหัวหมอหรือคนที่หาประโยชน์จากช่องโหว่ของโปร ที่จีนเรียกว่า "薅羊毛 HaoYangMao (แปลตรงตัวว่า ถอนขนแกะ) " จะหาร้านค้าออนไลน์มีช่องโหว่นี้และโกงพ่อค้าแม่ค้า . สำหรับเคสร้านขายของใช้ในบ้านนี้ ทางตำรวจได้ตรวจสอบและเห็นว่า พวกคนที่ปั่นกดออเดอร์เหล่านี้ ที่จีนเรียกว่า "水军 ShuiJun(แปลตรงตัวว่า กองทัพน้ำ)" มาจากหลายๆมณฑลในประเทศจีน เวลาสั่งออเดอร์จะเลือกสถานที่รับสินค้าเป็นพื้นที่ห่างไกลที่ไม่สามารถไปส่งของได้ เพื่อที่จะได้เข้าข่ายที่สามารถเรียกชดเชยได้ และได้เงินชดเชยมาอย่างผิดกฏหมาย . ยิ่งไปกว่านั้น พวกปั่นกดออเดอร์เหล่านี้ทำแบบนี้กับหลายๆแพลตฟอร์มขายของออนไลน์ หาประโยชน์จากร้านค้า และพวกปั่นรวมตัวเป็นกลุ่มแชท มีหลายกลุ่มมาก และจากที่ตำรวจตรวจสอบมีคนที่น่าสงสัย ที่หาเงินอย่างผิดกฏหมายรูปแบบนี้ได้กว่า ล้านหยวน หรือ 5 ล้านบาทในช่วง 3 เดือน . แพลตฟอร์มร้านค้าไทยมีกฏแบบนี้มั้ยครับ ร้านค้าต้องตรวจสอบเรื่องเงื่อนไขโปรโมชั่นต่างๆและคอยเช็คออเดอร์ที่น่าสงสัยด้วย ส่วนผู้บริโภคก็ไม่ควรหาประโยชน์จากร้านค้าแบบนี้นะครับ . ที่มา: CCTV Weibo

ร้านกาแฟ ชานมจีน ร้านไหนคนพูดถึงเยอะในโซเชียลจีน

ร้านกาแฟ ชานมจีน ร้านไหนคนพูดถึงเยอะในโซเชียลจีน

โอนเงิน รับเงินจากจีน ทำยังไง

โอนเงิน รับเงินจากจีน ทำยังไง

โปร 11.11 ปีนี้โดนหลอกอีกแล้ว?

โปร 11.11 ปีนี้โดนหลอกอีกแล้ว?

. แน่นอนว่าสายช็อปทุกคนต้องรอคอยเทศกาลลุ้นแลกแจกแถมครั้งใหญ่แห่งปีกับ เทศกาล 11.11 อยู่ใช่ไหมครับ แต่ในจีนมีเทศกาล Pre-sale 11.11 ด้วย . สำหรับเถาเป่า ทีมอลนั้นได้เริ่ม เทศกาลPre-sale ตั้งแต่วันที่ 14 ถึง 21 ตุลาคมที่ผ่านมา ด้วยโปรโมชั่นแบบจ่ายค่าจองก่อนเพื่อล็อคราคาพิเศษไว้ และชำระอีกงวดก่อน24 ตุลาคม และเมื่อจ่ายครบก็จะได้รับของ . ดราม่าเกิดขึ้นเมื่อหลายคนออกมาพูดว่าราคาที่เขาจองนั้นแพงกว่าราคาปกติอีก ราวกับว่าร้านค้าเพิ่มราคาขึ้นมาเพื่อมาลดทำโปรตอนช่วงเทศกาล . อีกทั้งโปรโมชั่นและคูปองส่วนลดมีกฎที่ซับซ้อน จนสงสัยว่าตัวเองกำลังแข่งคณิตศาสตร์โอลิมปิกอยู่หรือเปล่า ถ้าคำนวณผิดอาจจะไม่ได้ของแถมและส่วนลดเลย . สำหรับคนที่ซื้อแล้วและอยากจะคืนของ ปกติการคืนของเป็นเรื่องง่ายถ้าได้รับของมาแล้วภายในเจ็ดวันไม่พอใจสามารถตีคืนได้เลย แต่ในปีนี้ได้มีการปรับเปลี่ยนนโยบายในการคืนของจนหลายคนคิดว่ายุ่งยากและไม่เข้าใจเงื่อนไข . ยิ่งไปกว่านั้นมีหลายแบรนด์ จ้างดารา และนักไลฟ์มาช่วยไลฟ์โปรโมทสินค้า โดยอ้างว่าราคาเป็นราคาพิเศษ แต่กลับไม่ได้เป็นอย่างที่พูด ทำให้หลายคนไม่พอใจกับแบรนด์และนักไลฟ์เหล่านี้ . แม้หลายคนจะผิดหวังกับโปรPre-sale 11.11 แต่ก็มีคนบางส่วนที่สามารถเอฟของที่อยากได้มาในราคาถูก และแชร์ว่ามีความสุขมากโดยเฉพาะแข่งกดสินค้าในช่วงแฟลตเซลล์ . ดังนั้นเพื่อนๆคนไหนที่จะซื้อของช่วง 11.11 ปีนี้อย่าลืมเช็คราคาของก่อนนะครับ จะได้ชัวร์ว่าเราได้ราคาพิเศษจริงๆก่อนตัดสินใจซื้อ . ที่มา : Weibo #双十一退款   #ตลาดจีน   #levelupchina

แบรนด์แฟชั่นไทยไหนดังสุดในโซเชียลจีน 3ไตรมาสปี2024 ใช่แบรนด์ที่เพื่อนๆคิดไว้รึเปล่า

แบรนด์แฟชั่นไทยไหนดังสุดในโซเชียลจีน 3ไตรมาสปี2024 ใช่แบรนด์ที่เพื่อนๆคิดไว้รึเปล่า

คลินิกความงาม ที่คนจีนพูดถึงมากที่สุดครึ่งปีแรก คือ...!

คลินิกความงาม ที่คนจีนพูดถึงมากที่สุดครึ่งปีแรก คือ...!

หมีเนยปังมากในจีน จนร้านกาแฟอันดับ1ต้องคอลแลป!

หมีเนยปังมากในจีน จนร้านกาแฟอันดับ1ต้องคอลแลป!

แนะนำ 5 ร้านอาหารไทยในจีน อีกธุรกิจไทยที่ได้รับความนิยมจากคนจีน

แนะนำ 5 ร้านอาหารไทยในจีน อีกธุรกิจไทยที่ได้รับความนิยมจากคนจีน

บริษัทจีนแบน iPhone ถ้าเจอไล่ออก!

บริษัทจีนแบน iPhone ถ้าเจอไล่ออก!

. เมื่อวันที่ 20 กันยายนที่ผ่านมา บริษัทหนึ่งในมณฑลจี๋หลินออกใบประกาศ ห้ามพนักงานที่พกอุปกรณ์ยี่ห้อAppleเข้ามาบริษัท ทำให้เกิดข้อถกเถียงขึ้นในโซเชียลมีเดียจีน . โดยในใบประกาศระบุว่า นับจากวันนี้พนักงานบริษัททุกท่าน ห้ามพกมือถือและอุปกรณ์แบรนด์ Appleเข้ามาในบริษัท หากพบเห็น จะดำเนินการไล่ออก ทางบริษัทสนับสนุนให้พนักงานใช้มือถือและผลิตภัณฑ์ของแบรนด์ Huawei และจะช่วยเหลือให้กับพนักงานที่เปลี่ยนไปใช้ Huawei ทันที . และวันที่ 24 กันยายน ได้สอบถามไปทางพนักงานของบริษัท 吉林晟鑫建设工程有限公司 (Jilin Shengxin Construction Engineering Co., Ltd) และได้ชี้แจงเกี่ยวกับประกาศนี้ว่า ที่ทำไปเพื่อสนับสนุนให้พนักงานใช้มือถือของประเทศจีนก็แค่นั้น . ในโซเชียลจีนแบ่งเป็น 2 ฝ่าย ทั้งที่เห็นด้วยกับบริษัท สนับสนุนให้คนจีนใช้สินค้าจีน และมองไม่ใช่เรื่องแปลก ทั้งยังมีการช่วยเหลือให้กับพนักงานที่เปลี่ยนอีกด้วย . อีกฝ่ายก็มีการตั้งคำถามมากมายไม่ว่าจะเป็น ช่วยเหลือนี่ช่วยเหลือเท่าไหร่ ทำไมต้องเป็นแค่ Huawei แบรนด์จีนมีอีกตั้งมากมาย และยังมีการตั้งข้อสงสัยว่านี่เป็นวิธีหาทางเลิกจ้างพนักงานหรือไม่ . และมีคนดีใจกับเรื่องนี้ เพราะไม่ต้องพกโทรศัพท์ไปทำงาน เจ้านายก็ตามงานไม่ได้ด้วย 55555 เพื่อนๆละครับคิดเห็นกับเรื่องนี้ยังไงบ้าง . ที่มา:百姓关注

การท่องเที่ยวไหนดังสุดในโซเชียลจีน โดยจำนวนการพูดถึง

การท่องเที่ยวไหนดังสุดในโซเชียลจีน โดยจำนวนการพูดถึง

Moodeng หมูเด้งฟีเวอร์ 2 เดือน 200ล้านวิวในโซเชียลจีน !!

Moodeng หมูเด้งฟีเวอร์ 2 เดือน 200ล้านวิวในโซเชียลจีน !!

นักไลฟ์จีน ผู้ติดตาม 118ล้าน โดนตรวจสอบข้อหาหลอกลวงผู้บริโภค เสียหายกว่า 50ล้านหยวน

นักไลฟ์จีน ผู้ติดตาม 118ล้าน โดนตรวจสอบข้อหาหลอกลวงผู้บริโภค เสียหายกว่า 50ล้านหยวน

เมื่อช่วงก่อนเทศกาลวันไหว้พระจันทร์ที่ผ่านมา นักไลฟ์อันดับ1ในโตวอินชื่อ “疯狂小杨哥” หรือ ”Crazy Young Brother“ผู้ติดตามมากกว่า 118ล้าน ได้ไลฟ์ขายขนมไหว้พระจันทร์ยี่ห้อ “香港美诚月饼” หรือ ”MEISUN Fine Cake“ ซึ่งมียอดขายในแอปโตวอินอย่างเดียว กว่า 50ล้านหยวน . ภายในไลฟ์ของ“疯狂小杨哥” เคลมว่าเป็นแบรนด์High-end ข้างในเป็นไส้ทรัฟเฟิล ทำโดนเชฟมิชลิน เป็นขนมในร้านดังในฮ่องกง . ดราม่าเกิดขึ้นเมื่อชาวเน็ตจีนแผ่นดินใหญ่และชาวฮ่องกงต่างบอกว่าไม่เคยได้ยิน หรือรู้จักยื่ห้อนี้ในฮ่องกงมาก่อน จึงมีการตรวจสอบและพบว่าในฮ่องกงไม่มีร้านนี้จริงๆ และขนมไหว้พระจันทร์นี้กลับผลิตที่กวางโจวกับฝอชาน . เมื่อความจริงถูกเปิดเผย ผู้บริโภคก็รีบขอคืนสินค้า แต่กลับไม่สามารถขอคืนได้ เนื่องจากร้าน香港礼 ร้านเจ้าของขนมไหว้พระจันทร์แจ้งว่าเป็นสินค้าขายเฉพาะช่วงเทศกาลจึงไม่เข้าร่วมนโยบายคืนเงินคืนสินค้าภายใน 7วัน ทำให้เกิดเป็นประเด็นใหญ่มากขึ้นและกลับไปต่อว่าที่นักไลฟ์ . ต่อมาหน่วยงานในอันฮุยได้ตรวจสอบและชี้แจ้งว่านักไลฟ์ท่านนี้ เข้าข่ายหลองลวงผู้บริโภค และจะดำเนินการตรวจสอบต่อไป ส่วนโรงงานที่ผลิตขนมไหว้พระจันทร์ เบื้องต้นหน่วยงานในกวางโจวเผย โรงงานมีใบอนุญาตในการดำเนินกิจการและผลิตอย่างถูกกฏหมาย . ก่อนหน้านี้ก็มีคนมาแฉว่านักไลฟ์ท่านนี้เคยหลอกลวงในสินค้าอื่น และโดนปรับแค่ 5แสนหยวน ทั้งที่มีผู้เสียหายถึง 4.2หมื่นคน . จากเหตุการณ์ครั้งนี้ทำให้นักไลฟ์มียอดผู้ติดตามลดลงไปแล้วกว่า 2.18ล้านคน และหลังจากที่โดนตรวจสอบแล้วจะต้องดำเนินตามกฏหมายต่อไป ทั้งนี้คาดว่าจะส่งผลให้แอปโตวอินเข้มงวดในการไลฟ์ขายของและวางขายสินค้าอย่างแน่นอน . เพื่อนที่ซื้อสินค้าในไลฟ์ ก็อย่าลืมตรวจสอบลิ้งร้านที่เขาเชื่อมมาว่าเชื่อถือได้แค่ไหน และตรวจสอบด้วยว่านักไลฟ์ให้ข้อมูลที่ถูกต้องเปล่า เพื่อความปลอดภัยของตัวเราเองด้วยนะครับ ส่วนสำหรับนักไลฟ์ก็ต้องตรวจสอบที่มาของของที่จะขายกันด้วยนะครับ . ที่มา: 济南时报

กำลังมองหา เอเจนซี่การตลาดจีน คลิปนี้สำหรับคุณ!

กำลังมองหา เอเจนซี่การตลาดจีน คลิปนี้สำหรับคุณ!

ราคาเป็นแสนก็ไม่หวั่น Huawei จอพับ 3 ทบ ยอดจองทะลุ 5 ล้านคน

ราคาเป็นแสนก็ไม่หวั่น Huawei จอพับ 3 ทบ ยอดจองทะลุ 5 ล้านคน

เปิดตัวอย่างเป็นทางการกับ มือถือจอพับ 3 ทบ ครั้งแรกของโลก Huawei Mate XT Ultimate Design ในงานเปิดตัวสินค้าของ Huawei เมื่อวันที่ 10 กันยายนที่ผ่านมา โดยมีพรีเซ็นเตอร์ตัวท็อปของประเทศจีนอย่าง หลิวเต๋อหัว มาเป็นพรีเซ็นเตอร์ให้กับมือถือรุ่นนี้อีกด้วย . Huawei Mate XT Ultimate Design เป็นมือถือจอพับ 3 ทบ ความกว้างหนาจอเมื่อขนาด3จอ จะอยู่ที่ 10.2นิ้ว ความหนา 3.6mm 3.6mm 4.7 mm ตามลำดับจอ มีสองสีให้เลือก แดงและดำ ความจุเริ่มที่ 16GB+256GB ราคา 19,999หยวน หรือประมาณ 99,995 บาท ความจุ 16GB+512GB ราคา 21,999หยวน หรือประมาณ 109,995 บาท และ ความจุสูงสุด 16GB+1TB ราคา 23,999หยวน หรือประมาณ 119,995 บาท และยังมาพร้อมกับฟังก์ชั่น AI สรุปบทความ แก้ไขรูปภาพ เป็นต้น . ปัจจุบัน(12/9/2024)มียอดสั่งจองกว่า 5 ล้านคน และเริ่มวางขายวันแรกในวันที่ 20 กันยายน เวลา 10.08 เพื่อนๆที่สนใจสามารถไปกดซื้อได้ที่เถาเป่าครับ คนจีนต่างชื่นชม นับเป็นความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีของประเทศจีน ที่ยังไม่มีประเทศไหนทำมาก่อน .   #Huawei

งบการตลาดจีนปี 2025 จัดสรรยังไงดี??

งบการตลาดจีนปี 2025 จัดสรรยังไงดี??

แหล่งช้อปปิ้งในไทย ที่คนจีนพูดถึงมากที่สุดคือที่ไหน

แหล่งช้อปปิ้งในไทย ที่คนจีนพูดถึงมากที่สุดคือที่ไหน

แนะนำเครื่องสำอางไทย แบรนด์ไหนคนจีนสนใจ

แนะนำเครื่องสำอางไทย แบรนด์ไหนคนจีนสนใจ

คลินิกเสริมความงานไหน คนจีนสนใจ จัดโดยยอดวิว

คลินิกเสริมความงานไหน คนจีนสนใจ จัดโดยยอดวิว

อัพเดทเทรนด์โตวอินจีน 3เทรนด์นี้กำลังฮิต!

อัพเดทเทรนด์โตวอินจีน 3เทรนด์นี้กำลังฮิต!

หลานม่า วันแรกในโรงหนังจีน 40 ล้านบาท ถือว่าปังมั้ย?

หลานม่า วันแรกในโรงหนังจีน 40 ล้านบาท ถือว่าปังมั้ย?

แบรนด์รถ EV จีน มีอะไรบ้างมาลองทายกัน EP 1

แบรนด์รถ EV จีน มีอะไรบ้างมาลองทายกัน EP 1

คนจีนน้ำตาแตก หนังไทย หลานม่า สร้างเรื่อง 2 วันแรกฟาด 100ล้านบาท คะแนนรีวิว 9+

คนจีนน้ำตาแตก หนังไทย หลานม่า สร้างเรื่อง 2 วันแรกฟาด 100ล้านบาท คะแนนรีวิว 9+

เมื่อวันที่ 23 สิงหาคมที่ผ่านมา หนังไทยแห่งปี หลานม่า ได้เข้าฉายวันแรกที่จีน กวาด 10 ล้านหยวน หรือ 50 ล้านบาท และวันที่ 24 สิงหาคมทะลุ 20ล้านหยวน หรือ 100ล้านบาทเป็นที่เรียบร้อย . ตอนนี้หนังเรื่องนี้ติดทอปอันดับ 1 ในแอปDouBan อันดับ 2 ใน แอปโตวอิน มียอดแฮชแทคทั้งในเว่ยปั๋วกว่า 57 ล้านวิว และโตวอินกว่า 300ล้านวิว . คะแนนรีวิวขึ้นมาเป็น 9/10 ในแอปDouBan แอปรีวิวหนังของจีน และ 9.7 ในแอปTaopiaopiao แอปซื้อตั๋วหนังของจีน . ชาวจีนต่างชื่นชมหนังทำออกมาได้เข้าถึงอารมณ์คนดูและเข้าถึงชีวิตจริง ดึงเอกลักษณ์วัฒนธรรมของคนเอเชียตะวันออกออกมาสื่อได้เป็นอย่างดี ทำให้คิดถึงทั้งบุคคลที่ล่วงหลับไปแล้ว และคนที่บ้านตัวเอง .  หลานม่า ทำถึงที่สุด ทำให้คนจีนน้ำตาแตกระหว่างดูไปตามๆกัน และหลายๆคนถึงต้องไปดูซ้ำอีกรอบ . มาติดตามกันว่าหนังไทยเรื่องนี้จะฟาดยอดและฟาดใจคนจีนไปได้เท่าไหร่กัน . ที่มา : 电影姥姥的外孙 Weibo

Black Myth : Wukong ไม่ใช่ค่ายเกมยักษ์จีน แต่ยอดขายทะลุพันล้าน

Black Myth : Wukong ไม่ใช่ค่ายเกมยักษ์จีน แต่ยอดขายทะลุพันล้าน

โรงพยาบาลกรุงเทพ Med Park หรือ พญาไท โรงพยาบาลไหนคนจีนสนใจมากที่สุด วัดจาก Engagement

โรงพยาบาลกรุงเทพ Med Park หรือ พญาไท โรงพยาบาลไหนคนจีนสนใจมากที่สุด วัดจาก Engagement

Black Myth:Wukong เกมจีนเปิดตัวสะเทือนทั่วโลก 3 วัน 7 พันล้านบาท

Black Myth:Wukong เกมจีนเปิดตัวสะเทือนทั่วโลก 3 วัน 7 พันล้านบาท

ในวงการเกมทั่วโลกตอนนี้ จะไม่พูดถึงเกมแอ็กชั่นผจญภัยอย่าง Black Myth: Wukong หรือ 黑神话:悟空 (ต่อไปเรียกว่า เกมหงอคง) ไม่ได้เลย เป็นเกมที่สร้างอิงจากวรรณกรรมคลาสสิกของจีน ไซอิ๋ว หรือ 西游记 พัฒนาโดยค่ายเกม Game Science หรือ 游戏科学 ที่ตั้งอยู่ในเซินเจิ้น และถือได้ว่าเป็นเกม 3A แรกของประเทศจีน ด้วยงบประมาณสร้างกว่า 50 ล้านดอลลาร์!!! . เกมหงอคงฮิตขนาดไหน? ขอแบ่งอธิบายเป็น 3 ด้าน . ในด้านยอดขาย เกมหงอคงเผยแพร่ตัวอย่างแรกเมื่อปี 2020 และได้รับกระแสตอบรับที่เกินคาดมีคนดูมากกว่า 10 ล้านวิว และได้วางจำหน่ายวันแรกเมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2024 ที่ผ่านมา และเพียง 3 วัน มียอดขายรวมเกิน 4.5ล้านชุด มูลค่ากว่า 7 พันล้านบาท! ผู้เชี่ยวชาญในอุตสหากรรมเกมคาดการณ์ว่ายอดขายในทุกแพลตฟอร์มสามารถไปถึง 7 ล้านชุดได้ และถ้าคิดจากราคาเกมที่ถูกที่สุด คือ 268 หยวน (ราคาในจีน) คาดว่าจะทำรายได้ถึง 9 พันล้านบาท . ในด้านเกม ข้อมูลจาก Steamdb หลังจากที่วางจำหน่าย ภายใน 1 ชั่วโมง มีคนสตรีมพร้อมกันกว่า 1 ล้านคน และเมื่อคืนวันที่ 21 สิงหาคม มีคนสตรีมพร้อมกันในแพลตฟอร์มSteam มากถึง 2.35ล้านคน เกือบทำรายสถิติ เป็นรองเพียงแค่เกม Pubg ที่ทำไว้อยู่ที่ 3.25 ล้านคน . ในด้านท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม หลังจากที่เกมวางจำหน่าย เหม่ยถวนแอปจองท่องเที่ยวเผยข้อมูล การท่องเที่ยวในชานซี 山西 โตขึ้น 156% โดยสถานที่ท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมคือ ถ้ำหินแกะสลักอวิ๋นกัง 云冈石窟 เจดีย์ไม้อิงเชี่ยน 应县木塔 วัดลอยฟ้าเสวียนคง 悬空寺 เป็นต้น เอเจนซี่ท่องเที่ยวของชานซีก็นำโอกาสนี้มาสร้างเป็นแพคเกจตามรอยหงอคงอีกด้วย ซึ่งได้รับกระแสตอบรับเป็นอย่างดี . ถือได้ว่าเกม Black Myth: Wukong 3Aของจีนเนี่ยสะเทือนทั่วโลกจริงๆ ทำให้คนต่างชาติได้รู้จักวรรณกรรมนี้มากขึ้น การพัฒนาของค่ายเกมจีน ในทางอ้อมยังส่งเสริมการท่องเที่ยวของชานซีอีกด้วย ใครอยากเล่นหาซื้อได้ตามแพลตฟอร์มเกมทั่วไปอย่าง Steamก็มี หรือสายชม แอดเห็นพี่เอกไลฟ์เล่นเกมนีอยู่ด้วย หรือ ใครเล่นแล้วมารีวิวเกมให้ฟังกันหน่อยครับ . ที่มา : https://www.toutiao.com/article/7405374102925591081/ https://www.toutiao.com/article/7405840230261178892/ https://www.toutiao.com/article/7405831379709100578/

ไทย ญี่ปุ่น หรือ อเมริกา โซเชียลจีนสนใจประเทศไหนมากสุด วัดจาก Engagement

ไทย ญี่ปุ่น หรือ อเมริกา โซเชียลจีนสนใจประเทศไหนมากสุด วัดจาก Engagement

ขนมใน711 คนจีนพูดถึงอันไหนมากที่สุด

ขนมใน711 คนจีนพูดถึงอันไหนมากที่สุด

นโยบายใหม��่โหดมาก Temu จะรอดมั้ย

นโยบายใหม่โหดมาก Temu จะรอดมั้ย

Butter Bear หมีเนย ดังปังแค่ไหนเมื่อเทียบกับดาราไทยในโซเชียลจีน

Butter Bear หมีเนย ดังปังแค่ไหนเมื่อเทียบกับดาราไทยในโซเชียลจีน

คนจีนพูดถึงโรงพยาบาลไทยที่ไหนมากที่สุด

คนจีนพูดถึงโรงพยาบาลไทยที่ไหนมากที่สุด

แบรนด์แฟชั่นไทยไหนดังสุดในโซเชียลจีน 3ไตรมาสปี2024 ใช่แบรนด์ที่เพื่อนๆคิดไว้รึเปล่า

แบรนด์แฟชั่นไทยไหนดังสุดในโซเชียลจีน 3ไตรมาสปี2024 ใช่แบรนด์ที่เพื่อนๆคิดไว้รึเปล่า

ช่อน้องหมาที่จีน เหมือนน่ารักแต่โหดร้าย

ช่อน้องหมาที่จีน เหมือนน่ารักแต่โหดร้าย

โจว หยาฉิน นักยิมนาสติกเหรียญเงินจากโอลิมปิก แต่ได้เหรียญทองในใจชาวเน็ต

โจว หยาฉิน นักยิมนาสติกเหรียญเงินจากโอลิมปิก แต่ได้เหรียญทองในใจชาวเน็ต

หลังจากที่จบโอลิมปิกปี 2024 ที่ ปารีสเป็นที่เรียบร้อย นักยิมนาสติกจีน โจว หยาฉิน 周雅琴 คว้าเหรียญเงินในการแข่งขันมาได้นั้น ได้หลายไเป็นไวรัลด้วยโมเมนต์น่ารัก ทำท่ากัดเหรียญถ่ายรูปตามเพื่อนร่วมรับเหรียญ ตกหัวใจคนทั่วโลก แต่ยังไม่หยุด หลังจากที่น้องกลับบ้านประเทศจีน ก็เกิดไวรัลอีกครั้ง เมื่อน้องโพสโปรโมทร้านอาหารของพ่อแม่น้องในเว่ยปั๋ว มีคนไปอุดหนุนร้านอาหาร และพบเจอน้องช่วยพ่อแม่ทำงาน คอยดูแลแฟนคลับที่มา ชาวจีนต่างชื่นชมและความน่ารัก ช่วยเหลือพ่อแม่ของน้อง ตกหัวใจคนจีนได้อีกครั้ง พิกัดร้านน้องชื่อ 胖哥土菜馆 ที่มณฑลหูหนาน ใครไปเที่ยวแวะไปกินได้นะครับ ที่มา : เว่ยปั๋ว โจวหยาฉิน

Social Listening จีน ดาราไทยคนไหนดังที่สุดในจีน ครึ่งปีแรก

Social Listening จีน ดาราไทยคนไหนดังที่สุดในจีน ครึ่งปีแรก

Temu จะเจ๊งไหม ทำไมร้านค้าถึงมาประท้วง?

Temu จะเจ๊งไหม ทำไมร้านค้าถึงมาประท้วง?

เมื่อวันที่ 29 กรกฎาคมที่ผ่านมาเกิดประท้วงครั้งใหญ่หน้าออฟฟิศของ Temu ที่กวางโจว หลังจากที่ Temu เติบโตอย่างรวดเร็ว กวาดรายได้ทั้งหมด 18 พันล้านดอลลาร์ หรือ ประมาณ 6แสน4หมื่นล้านบาทในปี 2023 ด้วยกลยุทธ์การขายของถูก ส่งตรงจากจีนสู่ประเทศอเมริกา บริษัทได้พยายามลดต้นทุนสินค้าอย่างต่อเนื่องเช่นการบริหารโกดัง และการขนส่งของบริษัทเอง รวมถึงการตั้งราคาขายเองโดยกดราคาร้านค้าให้ถูกที่สุด ล่าสุดในเดือนเมษาปีนี้ Temu ได้เพิ่มนโยบายค่าปรับร้านค้า สำหรับสินค้าที่โดนคอมเพลนหรือตีคืน คิดเป็น5เท่าของราคาสินค้า ปัญหาใหญ่เกิดขึ้นเมื่อสินค้าที่โดนคอมเพลนหรือตีคืนที่คาดว่าเป็นความผิดของร้านค้า กลับกลายเป็นความผิดของพนักงานโกดังของTemuเอง เช่นการหยิบของไม่ครบ หรือบางทีก็เป็นความผิดของลูกค้าเองที่ไม่ยอมไปรับสินค้าตามที่กำหนด บางร้านค้าไม่สามารถถอนเงินกว่า 2,000,000 หยวนหรือประมาณ 10 ล้านบาทได้ โดยที่Temu แจ้งแค่ว่าสินค้าผิดกฎ แต่ไม่อธิบายว่าผิดอะไร ยิ่งไปกว่านั้นมีร้านค้าเคลมว่าบังคับให้ตีคืน โดยไม่ได้รับของคืนทำให้เสียทั้งต้นทุนสินค้าและค่าขนส่งไปฟรีๆ นอกจากนี้ร้านค้าที่ฝากของไว้กับTemu แต่กับขายไม่ดีตามที่คาดไว้ จะโดนค่าเช่าโกดังเพิ่มขึ้น 500 หยวนหรือ 2500 บาทต่อวัน ถ้าเลยกำหนด 7 วัน Temu ก็จะทำลายสินค้านั้นและคิดค่าดำเนินการอีกด้วย แม้จะโดนค่าปรับหนักขนาดไหนร้านค้าก็ไม่สามารถเลิกขายได้ง่ายๆ เพราะนอกจากจะทุ่มเงินมหาศาลในการผลิต แล้วยังมีสินค้าที่ค้างอยู่ในโกดังของTemu อีกหลายล้านหยวนเลยทีเดียว Temu ถึงแม้จะมียอดขายมหาศาล เจ้าของ Colin Huang ที่พึ่งขึ้นแท่นมหาเศรษฐีอันดับ1ในจีน แต่ก็เจอศึกหนักทั้งในและนอกบ้าน ศึกครั้งนี้ Temu จะจัดการยังไง มาติดตามกันครับ ที่มา: CNN

Lisa ตัวมัมปังไม่หยุด Rockstar จุดกระแสเยาวราช

Lisa ตัวมัมปังไม่หยุด Rockstar จุดกระแสเยาวราช

คลินิกความงามไหนเป็นขวัญใจชาวจีนมาดูกัน

คลินิกความงามไหนเป็นขวัญใจชาวจีนมาดูกัน

สปาไทย มาไทยห้ามพลาด คนจีนสนใจเจ้าไหนมาดูกัน

สปาไทย มาไทยห้ามพลาด คนจีนสนใจเจ้าไหนมาดูกัน

ขนมไทยใน711 ของฝากที่ต้องซื้อ คนจีนชอบอันไหนมากสุดมาดูกัน

ขนมไทยใน711 ของฝากที่ต้องซื้อ คนจีนชอบอันไหนมากสุดมาดูกัน

คลินิกความงาม ที่คนจีนพูดถึงมากที่สุดครึ่งปีแรก คือ...!

คลินิกความงาม ที่คนจีนพูดถึงมากที่สุดครึ่งปีแรก คือ...!

การท่องเที่ยวประเทศไหน คนจีนสนใจมากสุด ?

การท่องเที่ยวประเทศไหน คนจีนสนใจมากสุด ?

คนจีนชอบซื้อของที่ไหน วัดจาดยอดวิวในโซเชียลจีน

คนจีนชอบซื้อของที่ไหน วัดจาดยอดวิวในโซเชียลจีน

ทายร้านซีฟู้ดในไทยร้านไหน มียอดวิวในโซเชียลจีนมากที่สุด

ทายร้านซีฟู้ดในไทยร้านไหน มียอดวิวในโซเชียลจีนมากที่สุด

Temu อีคอมเมิร์สจีนมาไทยแล้ว น่ากลัวแค่ไหนมาดูกัน

Temu อีคอมเมิร์สจีนมาไทยแล้ว น่ากลัวแค่ไหนมาดูกัน

ปานปุริ หรือ ดีวาน่า แบรนด์สปาไหนคนจีนพูดถึงมากที่สุด?

ปานปุริ หรือ ดีวาน่า แบรนด์สปาไหนคนจีนพูดถึงมากที่สุด?

ร้านซีฟู้ด ร้านไหนคนจีนพูดถึงเยอะสุดในครึ่งปีแรก?

ร้านซีฟู้ด ร้านไหนคนจีนพูดถึงเยอะสุดในครึ่งปีแรก?

ฝรั่งเศสรักจีนเป็นพิเศษ? กระแสโอลิมปิกในจีนเป็นยังไง มาดูกัน

ฝรั่งเศสรักจีนเป็นพิเศษ? กระแสโอลิมปิกในจีนเป็นยังไง มาดูกัน

ช่วงนี้จะไม่พูดถึงการแข่งขันโอลิมปิกที่ปารีสที่ฝรั่งเศสไม่ได้เลย ซึ่งพึ่งจัดพิธีเปิดเมื่อวันที่ 27 ก.ค.ที่ผ่านมาและเป็นครั้งแรกที่จัดพิธีเปิดนอกสนามกีฬา โดยมีโชว์อยู่ตามจุดสำคัญของปารีสผ่านแม่น้ำเซน และเปิดตัวนักกีฬาผ่านทางเรือ ซึ่งได้กระแสตอบรับทั้งบวกและลบจากทั่วโลก มาดูกันว่าในมุมของชาวจีนคิดยังไงกัน* ข้อมูลจากSocial Listening วันที่ 25-29 ก.ค. 2024 ที่ผ่านมา ในโซเชียลจีนมียอดโพสกว่า 5 ล้านโพส รวม1.7แสนล้านวิว engagementกว่า 70ล้านครั้ง ซึ่งถือเป็นกระแสบวกเกิน40% และที่เป็นกระแสลบน้อยกว่า 10% โพสส่วนมากเป็นการให้กำลังนักกีฬาจีนที่ไปเข้าร่วมแข่งขัน ในปีนี้มีมากถึง 405 คน ดาราตัวท็อปแห่เชียร์ ในส่วนของพิธีเปิด บางส่วนชื่นชอบที่ประเทศฝรั่งเศสนำประวัติศาสตร์มาร้อยเรียงใส่ในการแสดงครั้งนี้ และประทับใจในความทุ่มเทของนักร้อง Celine Dion ที่แม้กายจะไม่แข็งแรงแต่ก็ฝ่าฟันอุปสรรคสามารถมาโชว์ในครั้งนี้ได้ ในทางตรงกันข้ามก็รู้สึกว่าคล้ายกับพิธีเปิดการแข่งขันเอเชียนส์เกมในกวางโจว และไม่ค่อยชอบการแสดงบางส่วนในพิธีเปิด และเปรียบเทียบกับตอนพิธีเปิดที่ปักกิ่ง ในช่วงการแข่งขันก็มีกระแสที่สงสัยว่าทำไมมีข้อผิดพลาดบ่อยโดยเฉพาะเมื่อเกี่ยวกับประเทศเกาหลี และชอบผิดเป็นใช้ธงประเทศจีน ประเทศฝรั่งเศสรักเอยประเทศจีนมาก พอสรุปได้เลยนะครับว่า พอเป็นเรื่องการแข่งขันชาวจีนก็ร่วมกันเชียร์ คอยติดตามข่าวสารตลอด ปัจจุบัน(30/07/2024 18.30)จีนเป็นที่ 3 คว้าเหรียญทองมา5 เหรียญแล้วครับ ส่วนผมคอยเชียร์นักกีฬาไทยเช่นกันครับ เพื่อนละครับเชียร์ใครบ้างตอนนี้

ห้างไทยไหนมี ยอดengagementในโซเชียลจีนครึ่งปีแรกมากที่สุด??

ห้างไทยไหนมี ยอดengagementในโซเชียลจีนครึ่งปีแรกมากที่สุด??

Art Toy กล่องจุ่มจีนไม่ได้มีแค่ Popmart!

Art Toy กล่องจุ่มจีนไม่ได้มีแค่ Popmart!

ห้างไหนในไทย คนจีน พูดถึงมากสุด??

ห้างไหนในไทย คนจีน พูดถึงมากสุด??

ครึ่งปีแรก 2024 ห้างไหนในไทยมียอดวิวมากที่สุดในโซเชียลจีน

ครึ่งปีแรก 2024 ห้างไหนในไทยมียอดวิวมากที่สุดในโซเชียลจีน

#siamparagon #centralworld

โพสยังไงให้มัดใจนักท่องเที่ยวจีน ด้วยดาต้าจาก Xiaohongshu

โพสยังไงให้มัดใจนักท่องเที่ยวจีน ด้วยดาต้าจาก Xiaohongshu

เบื้องหลังทำงานกับอินฟลูจีน กว่า 1,000 คน ใน12ปีที่ผ่านมา !

เบื้องหลังทำงานกับอินฟลูจีน กว่า 1,000 คน ใน12ปีที่ผ่านมา !

ประเทศไทยติดอันดับ 3 นักท่องเที่ยวจีนจองทัวร์เที่ยวเดือนก.ค.ถึงส.ค.นี้!

ประเทศไทยติดอันดับ 3 นักท่องเที่ยวจีนจองทัวร์เที่ยวเดือนก.ค.ถึงส.ค.นี้!

เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา 途牛 ถูหนิว หนึ่งในบริษัทท่องเที่ยวใหญ่ของจีน แชร์ข้อมูลการจองทัวร์เที่ยวต่างประเทศของนักท่องเที่ยวจีนในช่วงหน้าร้อนจีนปีนี้ (มิ.ย.ถึงส.ค.) โดยยอดจองทริประยะสั้นคิดเป็น 22% และ ทริประยะยาวคิดเป็น17% ของยอดจอง ส่วนประเทศที่มียอดจองอันดับ1คือมัลดีฟ รองลงมาเป็นญี่ปุ่น และประเทศไทยอยู่อันดับ3 ส่วนในภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ยังมีประเทศอินโดนีเซีย สิงค์โปและมาเลเซียอีกด้วย แพคเกจยอดนิยมคือ แพคเกจเที่ยวบินพร้อมที่พักและนำเที่ยว แพคเกจทัวร์กลุ่มเล็ก และแพคเกจทัวร์ส่วนตัว นอกจากนี้ทัวร์ล่องเรือจากเซียงไฮ้ไปญี่ปุ่นก็เป็นตัวเลือกได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก ในส่วนของยุโรป ถึงแม้ว่าค่าตั๋วเครื่องบินกับโรงแรมจะเพิ่มขึ้น เนื่องมาจากเร็วๆนี้จะมีการจัดทั้ง European Cup ที่เยอรมัน และ โอลิมปิกส์ 2024 ที่ฝรั่งเศส แต่ทั้งสองประเทศกลับมียอดจองทล่มทลาย แพคเกจทริปหลายประเทศก็ขายดีมาก อย่างเช่นทัวร์ เยอรมัน-ฝรั่งเศส-สวิส-อิตาลี เดือนก.ค.และส.ค.ขายใกล้หมดแล้ว ตะวันออกกลางกับแอฟริกาก็ไม่น้อยหน้า ยอดจองในหน้าร้อนจีนนี้เพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเมื่อเทียบกับปีที่แล้ว โดยประเทศที่ได้รับความนิยมคือ ตุรกี เคนย่า และ อาหรับ ช่วงหน้าร้อนจีนและช่วงปิดเทอมนี้ ก็ถือเป็นช่วงฮอตฮิตอีกช่วงที่นักท่องเที่ยวเดินทางกันเยอะมาก เรามาเตรียมตัวรับทัวร์จีนกัน ที่มา: http://www.xfrb.com.cn/article/focus/13182731940117.html

อย่าขายของไปจีน ถ้ายังไม่รู้จักผู้ช่วยส่งออก DITP

อย่าขายของไปจีน ถ้ายังไม่รู้จักผู้ช่วยส่งออก DITP

ขายของไปจีนง่ายๆ ผ่าน DITP มีกิจกรรมฟรีตลอดทั้งปี!

ขายของไปจีนง่ายๆ ผ่าน DITP มีกิจกรรมฟรีตลอดทั้งปี!

ด้วยการส่งออกจากไทยไปจีนมีมูลค่ากว่า 5แสนล้านบาท ทำให้ประเทศจีนถือเป็นหนึ่งในตลาดที่ผู้ประกอบการหลายท่านอยากเข้าไปทำธุรกิจด้วย แต่ด้วยอุปสรรคมากมายไม่ว่าจะเป็นด้านภาษา หรือความเข้าใจพฤติกรรมผู้บริโภคของจีน รวมถึงค่าใช้จ่ายที่สูง จึงทำให้หลายท่านอาจจะต้องชะลอแผนไว้ก่อน แต่ไม่ต้องกลัว เพราะประเทศไทยเรามีหน่วยงานรัฐบาลที่คอยสนับสนุนผู้ประกอบการไทยให้ไปไกลสู่สากลนั้นก็คือ DITP หรือ กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศนั่นเอง หลายคนอาจจะไม่ทราบว่าเราสามารถเข้าสมัครร่วมงาน EXPOของประเทศจีนได้ฟรีๆ แถมเข้าร่วมจับคู่ธุรกิจกับคู่ค้าจีน อีกทั้งยังมีการอบรมต่างๆและ มีผู้เชี่ยวชาญคอยช่วยเหลือ ตอบคำถาม ขอคำปรึกษาได้ตลอด ในแต่ละปีทางDITPจะมีการจัดงาน Top Thai Brands ในหลายๆเมืองในประเทศจีนเช่นคุนหมิง เซินเจิ้น และเข้าร่วมงานEXPOของประเทศจีนอย่าง China-ASEAN Expo (CAEXPO) และ China International Import Expo (CIIE) ผู้ประกอบการที่เข้าเงื่อนไขสามาารถสมัครได้เลยฟรี โดยจะมีผู้เชี่ยวชาญทีมงานของDITPคอยช่วยดำเนินการ จัดการดูแลให้ความช่วยเหลือตลอดกิจกรรม หากใครต้องการเข้าร่วมงาน สามารถสมัครฟรีได้ที่เว็บไซต์ DITP ( https://www.ditp.go.th/ ) หน้าเว็บไซต์ของกรมมีอัพเดทข้อมูลการส่งออกของประเทศไทย ซึ่งแสดงรายละเอียดสินค้ายอดนิยม มูลค้าต่างๆอีกด้วย นอกจากนี้ยังมีจัดงานอบรมต่างๆให้กับผู้ประกอบการไทย และข้อมูลอัพเดทอื่นๆที่เกี่ยวข้อง ผู้ประกอบการสามารถเข้าไปดูข้อมูล เพื่อประยุกต์ใช้หรือวางแผนกับธุรกิจได้ หากมีข้อซักถามก็สามารถโทร 1169 ขอคำปรึกษาต่างๆได้ หรือถ้าเราต้องการติดต่อสคต.ในจีนไม่ว่าจะเป็นปักกิ่ง เซี่ยงไฮ้ ชิงเต่า เฉิงตู คุนหมิง หรือกว่างโจว ก็สามารถอีเมล์เข้าหาทีมงานที่นั่นได้โดยตรงเลย DITP ทำให้การไปบุกตลาดจีนไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป ส่วนในด้านของการตลาดจีนหรือต้องการสร้างกระแสในจีน สามารถติดตามข้อมูล บทความในหน้าเว็บของ Level Up China ได้เช่นกันนะครับ ใครที่เคยมีประสบการณ์เข้าร่วมงานDITP มาแชร์ให้เพื่อนๆผู้ประกอบการท่านอื่นได้นะครับ

เจอแน่! ลาบูบู้ ฑูตเชื่อมสัมพันธ์ไทยจีน เที่ยวไทย กรกฎาคมนี้ !

เจอแน่! ลาบูบู้ ฑูตเชื่อมสัมพันธ์ไทยจีน เที่ยวไทย กรกฎาคมนี้ !

ลาบูบู้ กับบทบาทใหม่ ฑูตเชื่อมสัมพันธ์ไทยจีน

ลาบูบู้ กับบทบาทใหม่ ฑูตเชื่อมสัมพันธ์ไทยจีน

ในทุกๆปี ทางสถานฑูตไทยในประเทศจีนจะจัดงานเทศกาลไทย Thai Festival ภายในงานจะมีโชว์การแสดงวัฒนธรรมไทย โชว์ร้องเพลงไทย T-pop เชิญดาราไทยมาเข้าร่วม มีร้านอาหารไทยในประเทศจีนมาขายอาหาร เป็นการเผยแพร่ความเป็นไทยไปสากล ในปี2024นี้ ทางสถานฑูตไทยในกรุงปักกิ่งร่วมมือกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย เชิญ ลาบูบู้ จากป่าลาบูบู้ในสวนสนุก Popland ซึ่งตั้งอยู่ในกรุงปักกิ่ง มาเป็นตัวแทนเชื่อมสัมพันธ์พี่น้องไทยจีน ณ วันที่ 22 มิถุนายน 2024 โดยน้องสวมชุดไทย ออกมาต้อนรับ ได้รับเสียงต้อนรับที่ดีจากแฟนๆที่มาเข้ามร่วมงาน บทบาทนี้ยังไม่จบเพียงแค่นี้ เพราะน้องลาบูบู้จะบินมาหาพี่น้องชาวไทย ในวันที่ 1 - 7 กรกฎาคม นี้ โดยมีตารางเวลาดังนี้ 1 กค ลาบูบู้บินมาถึงไทย 2-4 กค ลาบูบู้เที่ยวไทย โดยจะมีไปวัดพระแก้ว วัดอรุณ และทำกิจกรรมต่างๆได้แก่ ทำอาหารไทย นั่งตุ๊กตุ๊ก นั่งเรือแม่น้ำเจ้าพระยาชม บรรยากาศยามค่ำคืน นวดสปา เรียนมวยไทย เดินตลาดกลางคืนเป็นต้น 5-6 กค ลาบูบู้ไปเปิดร้านPop Martสาขาใหม่ที่ Mega Bangna และงานมิตติ้งกับน้อง ตั้งแต่ 10โมงเช้าถึง6โมงเย็น* 8 กค ลาบบู้บินกลับบ้านPoplandที่กรุงปักกิ่ง โดยวันที่5-6กรกฎาคม ทางPop Martยังจัดกิจกรรมฉลองเปิดสาขาใหม่ เมื่อซื้อสินค้าซีรี่ย์ Labubu ครบ 10,000บาท ก็จะได้สิทธิ์เข้าร่วมงานมิตติ้งกับน้องลาบูบู้อีกด้วยย* ใครอยากเจอน้องลาบูบู้ ตัวเป็นๆ ส่งตรงมาจากปักกิ่ง อดใจรอเดือนหน้าได้เจอแน่นอน! *กิจกรรมและรายละเอียดเพิ่มเติมหรือมีการเปลี่ยนแปลงภายหลัง ติดตามได้ที่ทางเพจทางการของPop Mart ที่มา เว่ยปั๋วททท.กับป๊อปมาร์ท

แจกฟรี! เครื่องมือเขียนคอนเทนต์ภาษาจีน Xiaohongshu

แจกฟรี! เครื่องมือเขียนคอนเทนต์ภาษาจีน Xiaohongshu

แชร์เทคนิคดีๆสำหรับคนทำร้านอาหารที่อยากดึงดูดนักท่องเที่ยวคนจีน

แชร์เทคนิคดีๆสำหรับคนทำร้านอาหารที่อยากดึงดูดนักท่องเที่ยวคนจีน

หมีเนย Butterbear ต้นปีฟาด 500ล้านวิว ในโซเชียลจีน

หมีเนย Butterbear ต้นปีฟาด 500ล้านวิว ในโซเชียลจีน

ไอดอลสาวหน้าใหม่ น้องButterBear ต้นปีฟาด 500ล้านวิวในแผ่นดินจีน Level Up พามาเจาะลึกข้อมูลกัน!

10 แบรนด์วิตามินยอดฮิตในจีน

10 แบรนด์วิตามินยอดฮิตในจีน

1.Centrum เสริมภูมิคุ้มกันและบำรุงร่างกายทั่วไป 2.Swisse Ultiboost Vitamin C + Zinc เสริมภูมิคุ้มกันและสุขภาพทั่วไป 3.Blackmores Vitamin C 1000mg เสริมภูมิคุ้มกันและบำรุงผิวพรรณ 4.Nature's Way Alive! Women's Energy เสริมพลังและสุขภาพสำหรับผู้หญิง 5.Thorne Research Basic Nutrients 2/Day บำรุงร่างกายด้วยวิตามินทุกวัน 6.Garden of Life Mykind Organics Women's Multi สารออร์แกนิคสำหรับผู้หญิง 7.Solgar Vitamin D3 1000 IU สำหรับกระดูกและระบบภูมิคุ้มกัน 8.Nature Made Vitamin B12 เพิ่มพลังงานและสนับสนุนระบบประสาท 9.NOW Foods Vitamin D3 & K2 สำหรับกระดูกและระบบภูมิคุ้มกัน 10.MegaFood Blood Builder เสริมเหล็กและสนับสนุนการสร้างเลือด

เครื่องสำอางยอดนิยมในแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซข้ามพรมแดนในจีน

เครื่องสำอางยอดนิยมในแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซข้ามพรมแดนในจีน

1.Tula Skincare - Probiotic Skincare Collection ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวที่ใช้โปรไบโอติกในการบำรุงผิว ช่วยให้ผิวสุขภาพดีและกระจ่างใส 2. BAK Skincare ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวที่มีส่วนผสมของโปรไบโอติกและสารสกัดจากธรรมชาติ ช่วยลดริ้วรอยและเพิ่มความยืดหยุ่นของผิว 3. Estée Lauder - Advanced Night Repair เซรั่มฟื้นฟูผิวที่ใช้เทคโนโลยีล่าสุดในการดูแลผิวขณะนอนหลับ ช่วยลดเลือนริ้วรอยและเพิ่มความกระจ่างใส 4. Olay - Regenerist Micro-Sculpting Cream ครีมบำรุงผิวที่ช่วยลดเลือนริ้วรอยและเพิ่มความยืดหยุ่นของผิว 5. L'Oréal - Revitalift Filler [HA] Serum เซรั่มที่มีส่วนผสมของกรดไฮยาลูรอนิคเข้มข้น ช่วยเติมเต็มริ้วรอยและเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิว 6. SK-II - Facial Treatment Essence เอสเซนส์บำรุงผิวที่มีส่วนผสมของ Pitera™ ช่วยปรับสมดุลผิวและเพิ่มความกระจ่างใส 7.Shiseido - Ultimune Power Infusing Concentrate เซรั่มที่ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันของผิวและปกป้องผิวจากความเครียด 8.Lancôme - Advanced Génifique Youth Activating Serum เซรั่มที่ช่วยฟื้นฟูผิวและลดเลือนริ้วรอย 9.Clinique - Moisture Surge 72-Hour Auto-Replenishing Hydrator ครีมบำรุงผิวที่ให้ความชุ่มชื้นยาวนานถึง 72 ชั่วโมง 10.La Mer - The Moisturizing Soft Cream ครีมบำรุงผิวที่มีส่วนผสมของ Miracle Broth™ ช่วยฟื้นฟูและให้ความชุ่มชื้นแก่ผิว

ไอเดียการตลาดจีน เน้นกลยุทธ์คอลแลป

ไอเดียการตลาดจีน เน้นกลยุทธ์คอลแลป

น้องหมีเนยกระแสปังในจีน จนร้านกาแฟจีนบินมาคอลแลป! เมื่อตัวท็อปแห่งการคอลแลปมาเจอกัน แฟรนไชน์กาแฟจีน Luckin Coffee ที่มุ่งเน้นกลยุทธ์การคอลแลป ใครดังในจีนพี่เก็บหมด ไม่ว่าจะเป็นลาบูบู้ ลูปี้ เกมWukong และล่าสุดเมื่อวันที่ 30 กันยายนที่ผ่านมา เริ่มจำหน่ายกาแฟคอลแลปกับ น้องหมีเนย Butterbear ได้ออกกาแฟ 2 รสชาติได้แก่ ลาเต้หมีเนย และ อเมริกาโน้หมีเนย พร้อมแก้ว 4 รูปแบบ และของแถมอีกมากมาย เห็นแล้วอยากบินไปจีนเพื่ออยากเก็บสะสมเลยครับ Luckin Coffee หรือ 瑞幸咖啡 เป็นแบรนด์แฟรนไซต์กาแฟจีน อันดับ 1 ในประเทศจีน มีสาขามากถึง 2 หมื่นสาขาในจีน ใครเคยไปจีนต้องเคยเห็นแน่นอน ซึ่งคนละอันกับในประเทศไทยนะครับ การคอลแลปนี้ก็ถือเป็นไอเดียให้กับธุรกิจไทย อยากเจาะกลุ่มลูกค้าจีน อาจจะไปคอลแลปกับแบรนด์จีน หรือคอลแลปกับสิ่งที่จีนสนใจในไทย อย่างหมีเนย หมูเด้ง เพื่อนๆว่าต่อไป Luckin Coffee จะมาคอลแลปกับหมูเด้งมั้ยครับ 5555 #butterbear #luckincoffee #chinakol #kol

แกะรอยการตลาดจีน IF แบรนด์น้ำมะพร้าวน้ำหอมของไทย เปิดตัวGlobal Brand Ambassador ยอดขายติดอันดับ 1ในทีมอล

แกะรอยการตลาดจีน IF แบรนด์น้ำมะพร้าวน้ำหอมของไทย เปิดตัวGlobal Brand Ambassador ยอดขายติดอันดับ 1ในทีมอล

เมื่อวันที่ 11 มิถุนายน 2567 ที่ผ่านมา IF หรือชื่อจีนว่า อี้ฟู๋ 溢福 แบรนด์น้ำมะพร้าวน้ำหอมของไทย เปิดตัวGlobal Brand Ambassador นักร้องนักแสดงตัวทอปของจีน เซียวจ้าน 肖战 มีผลงานการแสดงมากมาย อย่างที่ดังทะลุเรทติ้งในประเทศไทยคือ ปรมาจารย์ลัทธิมาร การเปิดตัวครั้งนี้สร้างกระแสในโซเชียลจีนมากกว่า 200กว่าล้านวิว(ข้อมูลเฉพาะในเว่ยปั๋ว ยังไม่นับรวมแพลตฟอร์มออนไลน์อื่นๆ) ยอดวิววิดีโอโฆษณากว่า 19ล้านวิว(ณ วันที่13 มิถุนายน 2024) และสร้างยอดขายให้น้ำมะพร้าวแบรนด์ if ติดยอดขายอันดับ 1 ในทีมอล ในหมวดหมู่น้ำผักผลไม้ เรามาดูกันว่าแคมเปญนี้ if แบรนด์น้ำมะพร้าวน้ำหอมทำการตลาดอะไรในจีนบ้าง 1. กิจกรรมทายพรีเซนเตอร์: ก่อนวันเปิดตัว 2 วันได้ทำการโพสลงเว่ยปั๋วให้ทุกคนทายว่าGlobal Brand Ambrassadorของแบรนด์ if คือใคร สร้างยอดการมีส่วนร่วมมากกว่า8แสน 2. วิดีโอโฆษณา และชวนติดแฮชแทค: วันเปิดตัว ทางแบรนด์ if ได้โพสเฉลยลงบนเว่ยปั๋วของแบรนด์ และแชร์วิดีโอโฆษณาจากเว่ยปั๋วของเซียวจ้าน รวมถึงเชิญชวนให้ทุกคนติดแฮชแทค ดื่มน้ำมะพร้าว if กับเซียวจ้านอีกด้วย #和肖战一起喝if # 3. โฆษณาและไลฟ์โตวอิน: ทางแบรนด์ได้ลงวิดีโอโฆษณาในโตวอินทางการพร้อมติดสินค้า โดยปกติทางแบรนด์จะไลฟ์โตวอินทุกวัน แต่วันที่ 11 มิถุนายนมียอดคนดูมากกว่า 2 แสน มากกว่าปกติเกือบ10เท่า 4. แจกการ์ดลิมิเตด: ร้านทีมอลนอกจากมีโปรโมชั่นในไลฟ์แล้ว ยังมีการแจกการ์ดลิมิเตดของพรีเซนเตอร์เซียวจ้านอีกด้วย ซึ่งหมดไปอย่างรวดเร็ว และทำให้ยอดขายติดอันดับ 1 ในทีมอลหมวดหมู่น้ำผักผลไม้อีกด้วย 5. โฆษณาออฟไลน์: นอกจากออนไลน์แล้ว ยังมีการทำการตลาดออฟไลน์อีกด้วย โดยมีการโปรโมทวิดีโอโฆษณาตามจุดท่องเที่ยวดังๆในหลายๆเมืองของจีน ให้ทุกคนสามารถไปตามถ่ายรูปกันได้ ไม่ว่าจะเป็นตึกแฝดที่เฉิงตู ห้างซินเทียนตี้และห้างไท้ผิงหยางที่เซี่ยงไฮ้ และมีที่อื่นๆในกวางโจง หางโจว ฉงชิ่ง ในอนาคตยังจะมีตามป้ายรถบัสและรถไฟใต้ดินอีกด้วย ยอดขายในทีมอล 30วันที่ผ่านมา น้ำมะพร้าว if มียอดขายกว่า 1.2ล้านออเดอร์ (ประมาล 10ล้านขวด) คิดเป็นกว่า 57ล้านหยวน หรือ 285ล้านบาทเลยที่เดียว เท่าที่ทุกคนอาจจะทราบตามข่าว แบรนด์ if ถึงแม้จะมียอดขายอันดับ 1 ถึง6 ปีซ้อนในเขตบริหารพิเศษฮ่องกงและ ในประเทศจีนก็มียอดขายอันดับต้นๆมาโดยตลอด แต่ยังคงมุ่งเน้นการทำการตลาดในจีนแบบไม่หยุดพัก ซึ่งในปี2023ที่ผ่านมา ลงงบการตลาดกว่า 100ล้านบาท เพื่อนๆมีความคิดเห็นยังไงบ้างกับการทำการตลาดด้วยพรีเซ็นเตอร์ดาราจีนเพื่อโปรโมทสินค้าไทยคะ ที่มาข้อมูลและรูปภาพ: Weibo, Douyin, Tmall ของแบรนด์IF https://www.marketthink.co/41159
#levelupchina #ตลาดจีน #การตลาด #การตลาดออนไลน์ #เซียวจ้าน #น้ำมะพร้าว #อีฟน้ำมะพร้าวน้ำหอม

คอนเทนต์ที่คนจีนนิยมอ่านในโซเชียลมีเดีย

คอนเทนต์ที่คนจีนนิยมอ่านในโซเชียลมีเดีย

วันนี้ทาง Level Up เอาเนื้อหาที่น่าสนใจที่คนจีนนิยมอ่านในโซเชียลมีเดียของจีนมาให้ทุกคนได้ดูกัน วิธีเลือกซื้อทุเรียนไทย    - แนะนำวิธีเลือกทุเรียนที่สุกพอดีและหวานอร่อย    - วิธีเก็บรักษาทุเรียนให้สดนาน ทัวร์ท่องเที่ยวไทยสำหรับครอบครัว    - แนะนำสถานที่ท่องเที่ยวที่เหมาะสำหรับครอบครัว เช่น สวนสัตว์ สวนน้ำ และธรรมชาติ    - แชร์เคล็ดลับการวางแผนทริปครอบครัวในไทย แฟชั่นสไตล์ไทย    - แนะนำร้านเสื้อผ้าและแฟชั่นสไตล์ไทย เช่น ผ้าไหม ผ้าฝ้าย และเครื่องประดับ    - แชร์ลุคแฟชั่นที่ผสมผสานสไตล์ไทยกับสมัยใหม่ เมนูอาหารไทยอร่อยๆ    - แนะนำเมนูยอดนิยม เช่น ต้มยำกุ้ง ผัดไทย และแกงเขียวหวาน พร้อมวิธีทำง่ายๆ    - แชร์ประสบการณ์การกินอาหารไทยที่อร่อยที่สุด ทริคการเดินทางในไทย    - แนะนำเคล็ดลับการเดินทาง เช่น ใช้ระบบขนส่งสาธารณะ การเลือกที่พัก และการเตรียมตัว    - แชร์ประสบการณ์การเดินทางที่น่าสนใจ เช่น เดินทางโดยรถไฟ ล่องเรือ และเที่ยวในชนบท เนื้อหาเหล่านี้ช่วยให้นักท่องเที่ยวชาวจีนได้รับข้อมูลที่เป็นประโยชน์และสนุกสนานในการวางแผนท่องเที่ยวในประเทศไทย และช่วยส่งเสริมภาพลักษณ์ที่ดีของไทยด้วย

แนวทางแก้ไขสำหรับธุรกิจท้องถิ่นที่พึ่งพานักท่องเที่ยวจีน

แนวทางแก้ไขสำหรับธุรกิจท้องถิ่นที่พึ่งพานักท่องเที่ยวจีน

ธุรกิจท้องถิ่นที่พึ่งพานักท่องเที่ยวจีนสามารถปรับตัวเพื่อรับมือกับการลดลงของนักท่องเที่ยวจีนได้ โดยทำตามขั้นตอนง่ายๆ ดังนี้ : 1.สร้างเนื้อหาที่น่าสนใจและน่าเชื่อถือ - ทำวิดีโอและรูปภาพสวยๆ เกี่ยวกับธุรกิจและสถานที่ท่องเที่ยวของคุณ - แบ่งปันเรื่องราวและประสบการณ์ดีๆ ของลูกค้าและพนักงาน - ใช้ภาษาจีนให้ถูกต้องในการสื่อสาร 2.เผยแพร่เนื้อหาบนโซเชียลมีเดียยอดนิยมของจีน -สร้างและดูแลบัญชีบน WeChat, Weibo, Douyin (TikTok) -โพสต์เนื้อหาบ่อยๆ และตอบกลับผู้ติดตาม -ใช้แฮชแท็กยอดนิยมเพื่อเพิ่มการเข้าถึง 3.ใช้บริการ KOL Review จาก Level Up Holding - ร่วมมือกับ KOL (Key Opinion Leader) ชื่อดังในจีนให้รีวิวธุรกิจและสถานที่ของคุณ - ให้ KOL สร้างเนื้อหาน่าสนใจและแชร์กับผู้ติดตามจำนวนมาก - ใช้บริการ KOL Review เพื่อเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายในจีนอย่างมีประสิทธิภาพ 4.ปรับปรุงและพัฒนาการบริการ - พัฒนาคุณภาพของสินค้าและบริการให้ดีขึ้น - ทำให้ลูกค้ามีประสบการณ์ที่ดีและน่าประทับใจ - ใช้เทคโนโลยีใหม่ๆ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน 5.ร่วมมือกับพันธมิตรและหน่วยงานภาครัฐ - ร่วมมือกับธุรกิจอื่นๆ ในอุตสาหกรรมเดียวกัน - ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐในการโปรโมทการท่องเที่ยว - แบ่งปันทรัพยากรและความรู้เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน โดยสรุป ธุรกิจท้องถิ่นที่พึ่งพานักท่องเที่ยวจีนสามารถปรับตัวได้ด้วยการสร้างและเผยแพร่เนื้อหาน่าสนใจบนโซเชียลมีเดีย ใช้บริการ KOL Review ปรับปรุงการบริการ และร่วมมือกับพันธมิตรและหน่วยงานภาครัฐ เพื่อให้ธุรกิจยังคงสามารถแข่งขันและรับมือกับความท้าทายได้ในอนาคต

สรุปผลกระทบจากการลดลงของนักท่องเที่ยวจีนต่ออุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย

สรุปผลกระทบจากการลดลงของนักท่องเที่ยวจีนต่ออุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะในปี 2023 นักท่องเที่ยวจีนเดินทางมาไทยน้อยลง ส่งผลกระทบหลายด้าน ได้แก่ : . ธุรกิจท่องเที่ยว : บริษัทท่องเที่ยวต้องเผชิญกับการยกเลิกการจองและการเดินทางมากมาย ทำให้รายได้ลดลง . เศรษฐกิจไทย : รายได้จากการท่องเที่ยวลดลงมาก เนื่องจากการบริโภคและการลงทุนของนักท่องเที่ยวจีนลดลง . ธุรกิจโรงแรม : โรงแรมหลายแห่งมีจำนวนห้องว่างมากขึ้นและรายได้ลดลง . ธุรกิจร้านอาหาร : ร้านอาหารที่มีลูกค้าจีนจำนวนมากต้องเผชิญกับการลดลงของจำนวนลูกค้าและรายได้ . ธุรกิจค้าปลีก : ร้านค้าที่มีลูกค้าจีนเป็นหลักต้องเผชิญกับการลดลงของยอดขาย . ธุรกิจบริการ : ธุรกิจบริการต่างๆ ที่มีลูกค้าจีนมากได้รับผลกระทบจากการลดลงของจำนวนลูกค้า เพื่อแก้ไขปัญหานี้ รัฐบาลและภาคเอกชนควร : . ปรับปรุงและพัฒนาการบริการท่องเที่ยวให้ได้มาตรฐานสากล ส่งเสริมและประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวไทยมากขึ้นในประเทศจีน การดำเนินการเหล่านี้จะช่วยฟื้นฟูอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยให้กลับมาแข็งแกร่งอีกครั้ง Sources [1] Report: 2023 Thailand FMCG Outlook - Thai - Kantar Worldpanel [2] Thai Revenue Department issues further guidelines - KPMG Thailand [3] New interpretation of the Revenue Code on foreign - KPMG Thailand [4] October 2023: 10 New Additions to the MICHELIN Guide Thailand [5] Social media campaign to have Chinese tourists vote for “The Best ...

สถานการณ์การท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวจีนในประเทศไทย

สถานการณ์การท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวจีนในประเทศไทย

2024 สถานการณ์การท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวจีนในประเทศไทย การท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวจีนในประเทศไทยลดลงในช่วงนี้ มีหลายเหตุผลที่สำคัญ: . 1.ทัวร์ราคาถูกที่โกง : บางบริษัททัวร์ที่ไม่ถูกกฎหมายให้บริการทัวร์ในราคาถูกมาก แต่นักท่องเที่ยวจีนที่มาถึงต้องจ่ายเพิ่มสำหรับอาหาร ที่พัก และของที่ระลึก ทำให้เกิดการร้องเรียนและสร้างภาพลบเกี่ยวกับประเทศไทย . 2.การเดินทางภายในประเทศมากขึ้น : นักท่องเที่ยวจีนเริ่มเดินทางในประเทศจีนมากขึ้น เนื่องจากค่าตั๋วเครื่องบินและค่าโรงแรมแพงขึ้น สภาพเศรษฐกิจจีนที่มีปัญหา และการว่างงานของวัยรุ่น ทำให้การเดินทางไปต่างประเทศลดลง . 3.ข่าวลือบนโซเชียลมีเดีย : มีข่าวลือออนไลน์ในปี 2023 ว่านักท่องเที่ยวจีนในประเทศไทยมีความเสี่ยงที่จะถูกลักพาตัวและส่งไปทำงานที่ประเทศเพื่อนบ้าน . 4.ความกังวลเรื่องความปลอดภัย : เหตุการณ์ยิงที่ห้างสรรพสินค้าสยามพารากอนและสนามกีฬาปทุมธานีในปี 2023 ทำให้การจองทัวร์ลดลงทันทีเมื่อข่าวแพร่กระจายบนโซเชียลมีเดียจีน . 5.จำนวนเที่ยวบินลดลง : จำนวนเที่ยวบินระหว่างจีนและประเทศไทยยังไม่กลับมาสู่ระดับก่อนการระบาดของโควิด-19 ทำให้การท่องเที่ยวจากจีนยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ . แม้ประเทศไทยพยายามเพิ่มการท่องเที่ยวจากจีนผ่านการยกเว้นวีซ่าและการตลาด แต่ยังต้องเผชิญกับความท้าทายจากข่าวลือและการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการเดินทางของนักท่องเที่ยวจีน . ข้อมูลจาก: 1.Laotian Times 2.Bangkok Post . Sources [1] [PDF] the perception of chinese tourist on thai cultural [2] Chinese tourists worried about safety - Bangkok Post [3] Chinese Tourists Avoid Thailand Due to Social Media Rumors. [4] Decline in Chinese visitors 'nothing to worry about' - Bangkok Post [5] The Case of Chinese Tourists on Social Media in Thailand

การตลาดจีนผ่าน KOL และ Influencer : เทคนิคชั้นนำในยุคดิจิทัล

การตลาดจีนผ่าน KOL และ Influencer : เทคนิคชั้นนำในยุคดิจิทัล

การใช้ KOL (Key Opinion Leaders) หรือ Influencer ในการตลาดจีนกำลังเป็นที่นิยมอย่างมาก สำหรับแบรนด์ที่ต้องการเข้าถึงตลาดจีนและสร้างการตระหนักรู้ในหมู่ผู้บริโภคที่กว้างขวาง เคล็ดลับในการใช้ KOL ในการตลาดจะช่วยให้แบรนด์สามารถต่อยอดความสำเร็จและเพิ่มยอดขายได้อย่างมีประสิทธิภาพ อิทธิพลของ KOL ในจีน KOL มีอิทธิพลต่อการซื้อสินค้าของผู้บริโภคจีนอย่างมาก เนื่องจากมีผู้ติดตามจำนวนมากที่ไว้วางใจและพึ่งพาคำแนะนำจากพวกเขา KOL ในจีนมีทั้งนักแสดง, นักกีฬา, บล็อกเกอร์, และอีกมากมายที่มีผลต่อทั้งแฟชั่น, ความงาม, เทคโนโลยี, และการท่องเที่ยว . การวางกลยุทธ์กับ KOL 1. การเลือก KOL ที่เหมาะสม: การเลือก KOL ไม่ควรเน้นเพียงจำนวนผู้ติดตามเท่านั้น แต่ต้องพิจารณาถึงความเหมาะสมกับแบรนด์และสินค้า รวมถึงแนวทางการสื่อสารที่สอดคล้องกับค่านิยมของแบรนด์ . 2. การสร้างคอนเทนต์ร่วมกัน: ควรมีการออกแบบแคมเปญที่ชัดเจนร่วมกับ KOL โดยสร้างเนื้อหาที่ทั้งดึงดูดและสอดคล้องกับความต้องการของกลุ่มเป้าหมาย เพื่อกระตุ้นการมีส่วนร่วมและแปลงเป็นยอดขายได้อย่างมีประสิทธิภาพ . การเลือกใช้ KOL อย่างมีประสิทธิภาพ การเลือก KOL ที่เหมาะสมคือกุญแจสำคัญในการทำการตลาดจีน ควรเลือก KOL ที่มีลักษณะที่สอดคล้องกับแบรนด์และมีผู้ติดตามที่เป็นกลุ่มเป้าหมายของผลิตภัณฑ์ นอกจากนี้ ยังควรพิจารณาถึงความสัมพันธ์และการมีส่วนร่วมของ KOL กับผู้ติดตาม เพื่อให้แน่ใจว่าข้อความที่ส่งผ่าน KOL จะได้รับการตอบรับที่ดี . วัดผลและปรับปรุงแคมเปญ KOL การวัดผลและปรับปรุงแคมเปญ KOL เป็นส่วนสำคัญที่จะช่วยให้แบรนด์สามารถตรวจสอบและเพิ่มประสิทธิภาพการใช้งาน KOL ในการตลาดออนไลน์ได้อย่างมีประสิทธิผล: 1. การติดตามและวิเคราะห์ข้อมูล: การวัดผลจากแคมเปญ KOL สามารถทำได้โดยการติดตามเมตริกต่างๆ เช่น ยอดการมีส่วนร่วม, การเข้าชม, และการแปลงสภาพเป็นยอดขาย ใช้เครื่องมือวิเคราะห์เพื่อรวบรวมข้อมูลเหล่านี้และเข้าใจพฤติกรรมของผู้บริโภค . 2. การประเมินผลลัพธ์: ทบทวนข้อมูลที่ได้จากการวิเคราะห์เพื่อประเมินว่า KOL แต่ละคนมีประสิทธิภาพอย่างไร และความร่วมมือนั้นสอดคล้องกับเป้าหมายของแบรนด์หรือไม่ . 3. การปรับปรุงและเพิ่มประสิทธิภาพ: อิงจากผลวิเคราะห์, ทำการปรับเปลี่ยนกลยุทธ์และทดลองใช้วิธีการใหม่ๆ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของแคมเปญ การทำงานร่วมกับ KOL ที่มีการตอบสนองดีเป็นพิเศษสามารถช่วยให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีขึ้น . การใช้กลยุทธ์เหล่านี้ไม่เพียงแต่ช่วยให้แบรนด์สามารถวัดผลจากแคมเปญ KOL ได้แม่นยำขึ้นเท่านั้น แต่ยังช่วยให้สามารถปรับปรุงและเพิ่มประสิทธิภาพการใช้งานอินฟลูเอนเซอร์ในการทำตลาดได้ต่อไป . พัฒนากลยุทธ์การตลาดของคุณกับ KOL ผ่าน 'Level Up' เพิ่มประสิทธิภาพแบรนด์และขยายตลาดด้วยกลยุทธ์การตลาดที่เชี่ยวชาญจากเอเจนซี่เลเวลอัพ ด้วยการเชื่อมต่อกับ KOL ชั้นนำที่เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายของคุณได้อย่างแม่นยำ บริการของเราครอบคลุมตั้งแต่การวางแผนกลยุทธ์ การผลิตเนื้อหา ไปจนถึงการวิเคราะห์และปรับปรุงแคมเปญ เพื่อให้แน่ใจว่าแบรนด์ของคุณจะเติบโตและโดดเด่นในตลาดได้อย่างมั่นใจ การทำงานร่วมกับเรา หมายถึงการเข้าถึงเครือข่าย KOL ที่หลากหลายและมีอิทธิพล ที่จะช่วยให้แบรนด์ของคุณสร้างการมีส่วนร่วมและการรับรู้ที่ดีขึ้น ไม่ว่าคุณจะมุ่งเป้าไปที่การเพิ่มการเข้าถึงหรือเพิ่มยอดขาย Level Up พร้อมเป็นพันธมิตรที่เชื่อถือได้ในการนำเสนอผลลัพธ์ที่วัดได้และสัมผัสได้ . ติดต่อเอเจนซี่ Level Up วันนี้เพื่อเริ่มต้นสร้างแคมเปญ KOL ที่จะทำให้แบรนด์ของคุณไปถึงระดับโลกและปลดล็อกศักยภาพการตลาดแบบไร้ขีดจำกัด

เผยกลยุทธ์ลับ! ทุเรียนจันทบุรีพิชิตตลาดจีน ดีลหมื่นล้าน เทคโนโลยีล้ำยุคที่คุณไม่ควรพลาด!

เผยกลยุทธ์ลับ! ทุเรียนจันทบุรีพิชิตตลาดจีน ดีลหมื่นล้าน เทคโนโลยีล้ำยุคที่คุณไม่ควรพลาด!

ในการเคลื่อนไหวที่เปลี่ยนเกม, ตัวแทนการค้าไทยปิดดีลสุดพิเศษกับ Shanghai East Best Foreign Trade (SEBFT) และยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยี Tencent ของจีน โดยนำเข้าทุเรียนจากจันทบุรีไปจีนจำนวนมหาศาล 3,000 ตู้ มูลค่าอลังการกว่า 10,000 ล้านบาท และข่าวดีคือ 400 ตู้แรกกำลังเดินทางไปจีนแล้ว พร้อมจะถึงภายในเดือนเมษายนนี้! แต่ที่จะเป็นประเด็นร้อนแรงจริงๆ คือ ทุเรียนทุกลูกจะถูกติดตั้งด้วยรหัส QR ที่มองไม่เห็น เป็นลายนิ้วมือดิจิทัลที่ Tencent ออกแบบมา รหัส QR นี้ไม่ใช่แค่รหัสธรรมดา แต่เป็นกุญแจสู่ความถูกต้อง, ตรวจสอบได้ว่าทุเรียนนั้นมาจากไทยอย่างแท้จริง พร้อมเปิดตัวในเดือนเมษายนนี้ เทคโนโลยีนี้เป็นการยืนยันความเป็นของแท้ รับประกันว่าสิ่งที่คุณเห็นคือสิ่งที่คุณได้ - ทุเรียนไทยแท้ ไม่มีปลอม เรื่องนี้ไม่ได้เกี่ยวกับทุเรียนเท่านั้น แต่เป็นการยืนยันความไว้วางใจและคุณภาพของผลิตผลทางการเกษตรของไทย เป็นโล่ป้องกันของปลอม และเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้าเกษตรของไทยอย่างมาก และยังมีอะไรอีกมากมายที่กำลังจะเกิดขึ้น - แพลตฟอร์มขายสินค้าในจีนแบบ door-to-door ที่กำลังจะเปลี่ยนแปลงวงการในอีกประมาณ 45 วัน พร้อมที่จะสอนพ่อค้าแม่ค้าคนไทยเกี่ยวกับการค้าขายบน e-commerce เปิดทางใหม่ในตลาดดิจิทัล เตรียมตัวให้พร้อม เพราะความสัมพันธ์ทางการค้าไทย-จีนเพิ่งได้รับการอัพเกรด อย่างเต็มรูปแบบ https://www.thaigov.go.th/news/contents/details/80917 #TODAYBizview #MakeTomorrowTODAY

ตลาดอีคอมเมิร์ซข้ามพรมแดนของจีน: เหมืองทองสำหรับ SME ไทย ที่ใช้โมเดลคาโน

ตลาดอีคอมเมิร์ซข้ามพรมแดนของจีน: เหมืองทองสำหรับ SME ไทย ที่ใช้โมเดลคาโน

บทนำ: ตลาดอีคอมเมิร์ซของจีน ที่มีการซื้อขายสูงถึง 2 ล้านล้านดอลลาร์ในปี 2023 และมีฐานผู้บริโภคที่เกิน 850 ล้านคน นำเสนอโอกาสที่ไม่มีที่เปรียบเทียบสำหรับ SME ไทย ตลาดดิจิทัลที่กว้างใหญ่นี้ ซึ่งเต็มไปด้วยผู้บริโภคที่กระหายสินค้านานาชาติที่เป็นเอกลักษณ์ ให้พื้นที่ที่อุดมสมบูรณ์สำหรับสินค้าไทย ตั้งแต่อาหารเลิศรสไปจนถึงงานฝีมือศิลปะ โมเดลคาโน: เพิ่มเสน่ห์สินค้าไทยในจีน: การจำแนกประเภทความต้องการของผู้บริโภคตามโมเดลคาโน ให้ SME ไทยมีกรอบกลยุทธ์ในการปรับสินค้าให้เข้ากับรสนิยมอันซับซ้อนของผู้บริโภคชาวจีนที่ช้อปออนไลน์ *คุณภาพที่ต้องมี: ในตลาดที่ฐานผู้บริโภคดิจิทัลเติบโตขึ้นกว่า 10% ในเวลาเพียงหนึ่งปี การตอบสนองความคาดหวังพื้นฐานเป็นขั้นตอนแรกสำหรับสินค้าไทยที่จะเข้าสู่ตลาด *คุณภาพแบบมีมิติ: เมื่อพิจารณาว่า 60% ของผู้บริโภคออนไลน์ชาวจีนมองหารสชาตินานาชาติ การฝังเอกลักษณ์ไทยลงในสินค้าสามารถเพิ่มเสน่ห์ได้อย่างมาก *คุณภาพที่น่าประหลาดใจ: ด้วยการเพิ่มขึ้นของผู้บริโภคที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม 20% ในปี 2023 SME ไทยที่ผสมผสานวิธีการที่ยั่งยืนเข้ากับสินค้าของตนสามารถดึงดูดกลุ่มนี้ได้ *คุณภาพที่ไม่มีผลกระทบ: การระบุและลดทอนประเด็นที่ไม่ส่งผลต่อความพึงพอใจช่วยให้ธุรกิจไทยสามารถใช้ทรัพยากรในประเด็นที่สร้างความแตกต่างจริงๆ ตามความชอบของ 30% ของผู้บริโภคจีนที่ให้ความสำคัญกับความเป็นเอกลักษณ์ของสินค้า *คุณภาพที่ควรหลีกเลี่ยง: การเข้าใจความละเอียดอ่อนทางวัฒนธรรมเป็นสิ่งสำคัญ การศึกษาเรื่องราวและความเชื่อของผู้บริโภคชาวจีนสามารถช่วยป้องกันการทำผิดพลาดที่อาจทำให้ 15% ของผู้บริโภคที่ใส่ใจเรื่องวัฒนธรรมไม่พอใจ ใช้ประโยชน์จากสถิติ eCommerce ล่าสุดของจีน: สถิติปี 2023 ที่ล่าสุดเน้นย้ำถึงการเติบโตที่แข็งแกร่งของภาค eCommerce ของจีน ด้วยการเพิ่มขึ้นของธุรกรรมข้ามพรมแดนถึง 15% ต่อปี สำหรับ SME ไทย นี่คือโอกาสทองที่จะใช้ประโยชน์จากแพลตฟอร์มยอดนิยมอย่าง Tmall Global และ JD Worldwide ซึ่งรายงานว่ามีการเพิ่มขึ้นของการลิสต์สินค้าต่างประเทศถึง 20% โดยเน้นไปที่ความต้องการที่เพิ่มขึ้นสำหรับสินค้านานาชาติในหมู่ผู้บริโภคชาวจีน สรุป:การรวมโมเดลคาโนกับเทรนด์และสถิติ eCommerce ล่าสุดจากจีน ให้ SME ไทยมีกลยุทธ์ที่มีพลังในการเจาะตลาดที่มีศักยภาพสูงนี้ ด้วยฐานผู้บริโภคดิจิทัลที่มหาศาลและตลาดค้าปลีกออนไลน์ที่มีมูลค่า 2 ล้านล้านดอลลาร์ โอกาสสำหรับสินค้าไทยนั้นมีอย่างกว้างขวาง โดยเน้นที่ประเภทความพึงพอใจของลูกค้าตามโมเดลคาโนและปรับให้สินค้าตรงกับความชอบที่เปลี่ยนแปลงไปของผู้บริโภคชาวจีน SME ไทยสามารถบรรลุการเข้าถึงตลาดที่กว้างขวาง ความภักดีของลูกค้า และการเติบโตอย่างยั่งยืนในตลาดอีคอมเมิร์ซของจีนที่มีพลวัต สำหรับ SME ไทย การก้าวไปสู่ความสำเร็จในตลาดอีคอมเมิร์ซของจีนไม่เพียงแค่เกี่ยวข้องกับการส่งออกสินค้าเท่านั้น แต่ยังเกี่ยวข้องกับการสร้างประสบการณ์ที่ตอบสนองต่อรสนิยมและความชอบที่พัฒนาอยู่ตลอดเวลาของผู้บริโภคดิจิทัล โดยใช้โมเดลคาโนเป็นเข็มทิศในการนำทางตลาดดิจิทัลอันกว้างใหญ่ของจีน พร้อมกับการเน้นที่คำสำคัญสำหรับ SEO อย่าง "การตลาดจีน" และ "SME ไทย" เพื่อเพิ่มโอกาสในการมองเห็นและการเข้าถึงของสินค้าไทยในตลาดออนไลน์ของจีน โมเดลคาโน (Kano Model) เป็นเครื่องมือที่พัฒนาโดย ศาสตราจารย์ โนริอากิ คาโน ในช่วงทศวรรษ 1980 เพื่อช่วยในการวิเคราะห์ความต้องการและความพึงพอใจของลูกค้าต่อผลิตภัณฑ์หรือบริการ โดยโมเดลนี้จะจำแนกคุณสมบัติของผลิตภัณฑ์หรือบริการออกเป็นห้าประเภทตามผลกระทบต่อความพึงพอใจของลูกค้า ดังนี้: คุณภาพที่จำเป็น (Must-be Quality): เป็นคุณสมบัติพื้นฐานที่ลูกค้าคาดหวังและถือว่าเป็นข้อกำหนดเริ่มต้น หากขาดหายไปลูกค้าจะไม่พอใจ แต่การมีอยู่ของคุณสมบัตินี้ไม่ได้ทำให้ลูกค้ารู้สึกพึงพอใจเพิ่มขึ้น คุณภาพแบบมีมิติ (One-dimensional Quality): เป็นคุณสมบัติที่ความพึงพอใจของลูกค้าจะเพิ่มขึ้นหรือลดลงอย่างเชิงเส้นตามปริมาณหรือคุณภาพของคุณสมบัตินี้ คุณภาพที่น่าประหลาดใจ (Attractive Quality): เป็นคุณสมบัติที่สามารถสร้างความตื่นเต้นและความพึงพอใจเพิ่มเติมเมื่อมีอยู่ แต่หากขาดหายไปไม่ได้ทำให้ลูกค้ารู้สึกไม่พอใจ คุณภาพที่เป็นกลาง (Indifferent Quality): เป็นคุณสมบัติที่ไม่มีผลกระทบต่อความพึงพอใจของลูกค้า ไม่ว่าจะมีหรือไม่มีก็ตาม คุณภาพที่ควรหลีกเลี่ยง (Reverse Quality): เป็นคุณสมบัติที่อาจทำให้ลูกค้ารู้สึกไม่พอใจหากมีอยู่ในผลิตภัณฑ์หรือบริการ การใช้โมเดลคาโนช่วยให้องค์กรสามารถพัฒนาผลิตภัณฑ์หรือบริการให้ตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยการมุ่งเน้นที่คุณสมบัติที่จะสร้างความพึงพอใจและความประหลาดใจให้กับลูกค้า และหลีกเลี่ยงคุณสมบัติที่อาจนำมาซึ่งความไม่พอใจ 1. คุณภาพที่จำเป็น (Must-be Quality) ตัวอย่าง: สมาร์ทโฟนที่มีฟังก์ชันการโทรและการส่งข้อความ คำอธิบาย: ฟังก์ชันพื้นฐานของการโทรและการส่งข้อความเป็นความคาดหวังพื้นฐานของผู้บริโภคเมื่อซื้อสมาร์ทโฟน หากขาดหายไปจะทำให้ผู้บริโภครู้สึกไม่พอใจอย่างมาก 2. คุณภาพแบบมีมิติ (One-dimensional Quality) ตัวอย่าง: ความจุแบตเตอรี่ของสมาร์ทโฟน คำอธิบาย: ความพึงพอใจของผู้บริโภคเพิ่มขึ้นเมื่อความจุแบตเตอรี่มีมากขึ้น ผู้บริโภคจะรู้สึกดีขึ้นเมื่อสมาร์ทโฟนมีความสามารถในการใช้งานนานต่อเนื่องมากขึ้น 3. คุณภาพที่น่าประหลาดใจ (Attractive Quality) ตัวอย่าง: ฟีเจอร์การปลดล็อคด้วยใบหน้าในสมาร์ทโฟน คำอธิบาย: ฟีเจอร์นี้ไม่ได้เป็นความคาดหวังหลักจากผู้บริโภคแต่สามารถสร้างความตื่นเต้นและความพึงพอใจเพิ่มเติมเมื่อพวกเขาได้ใช้งาน 4. คุณภาพที่เป็นกลาง (Indifferent Quality) ตัวอย่าง: สีของเคสสมาร์ทโฟนในกล่อง คำอธิบาย: สีของเคสอาจไม่มีผลต่อความพึงพอใจของผู้บริโภคมากนัก เนื่องจากผู้บริโภคบางคนอาจไม่ใช้เคสที่ให้มาหรือเลือกซื้อเคสเพิ่มเองตามความชอบส่วนตัว 5. คุณภาพที่ควรหลีกเลี่ยง (Reverse Quality) ตัวอย่าง: ความซับซ้อนในการตั้งค่าสมาร์ทโฟน ตัวอย่างการออกแบบยาดมโดยใช้โมเดลคาโนสำหรับทั้ง 5 ประเภทคุณภาพ: 1. คุณภาพที่จำเป็น (Must-be Quality) ตัวอย่าง: ความสามารถในการบรรเทาอาการคัดจมูกของยาดม คำอธิบาย: การที่ยาดมสามารถช่วยให้รู้สึกโล่งจมูกและหายใจได้สะดวกเมื่อมีอาการคัดจมูกเป็นความคาดหวังพื้นฐานของผู้บริโภค หากยาดมไม่สามารถทำตามฟังก์ชั่นนี้ได้ จะทำให้ผู้บริโภคไม่พอใจ 2. คุณภาพแบบมีมิติ (One-dimensional Quality) ตัวอย่าง: ระยะเวลาในการบรรเทาอาการของยาดม คำอธิบาย: ความพึงพอใจของผู้บริโภคจะเพิ่มขึ้นเมื่อยาดมสามารถบรรเทาอาการได้นานขึ้น ยาดมที่มีผลลัพธ์ที่ยาวนานสามารถสร้างความพึงพอใจมากขึ้นให้กับผู้บริโภค 3. คุณภาพที่น่าประหลาดใจ (Attractive Quality) ตัวอย่าง: กลิ่นหอมสดชื่นจากสมุนไพรธรรมชาติในยาดม คำอธิบาย: การเพิ่มกลิ่นหอมที่สดชื่นและผ่อนคลายจากสมุนไพรธรรมชาติอาจไม่ใช่ความคาดหวังหลัก แต่สามารถเพิ่มความพึงพอใจให้กับผู้ใช้เมื่อพบว่ายาดมมีลักษณะนี้ 4. คุณภาพที่เป็นกลาง (Indifferent Quality) ตัวอย่าง: ขนาดของบรรจุภัณฑ์ยาดม คำอธิบาย: ขนาดของบรรจุภัณฑ์อาจไม่ส่งผลต่อความพึงพอใจของผู้บริโภคมากนัก บางคนอาจชอบบรรจุภัณฑ์ขนาดเล็กที่พกพาสะดวก ในขณะที่บางคนอาจไม่คำนึงถึงขนาดเป็นพิจารณาหลัก 5. คุณภาพที่ควรหลีกเลี่ยง (Reverse Quality) ตัวอย่าง: ความรู้สึกแสบร้อนมากเกินไปเมื่อใช้ยาดม คำอธิบาย: ความรู้สึกแสบร้อนที่มากเกินไปอาจทำให้ผู้บริโภครู้สึกไม่สบายและไม่พอใจ การออกแบบยาดมควรหลีกเลี่ยงความรู้สึกที่รุนแรงนี้เพื่อไม่ให้ทำให้ผู้ใช้รู้สึกไม่สะดวก

กลยุทธ์ที่ขับเคลื่อนความนิยมของผลิตภัณฑ์สมุนไพรไทย

กลยุทธ์ที่ขับเคลื่อนความนิยมของผลิตภัณฑ์สมุนไพรไทย

บทนำ: การเจาะลึกการตลาดจีนเพื่อผลักดันผลิตภัณฑ์สมุนไพรไทย การตลาดจีนไม่เพียงแต่เป็นการเปิดประตูสู่ตลาดที่ใหญ่ที่สุดในโลกเท่านั้น แต่ยังเป็นโอกาสให้ผลิตภัณฑ์สมุนไพรไทยได้เผยแพร่คุณค่าและเอกลักษณ์ของตนไปยังผู้บริโภคกลุ่มใหม่ ในบทความนี้ เราจะสำรวจวิธีการที่ผู้ประกอบการสามารถใช้กลยุทธ์การตลาดจีนในการสร้างแบรนด์และเพิ่มยอดขายในตลาดจีน ความเข้ากันได้ทางวัฒนธรรมและการตลาดจีน การตลาดจีนสำหรับผลิตภัณฑ์สมุนไพรไทยต้องอาศัยความเข้าใจที่ลึกซึ้งเกี่ยวกับวัฒนธรรมและค่านิยมของผู้บริโภคจีน เพื่อให้สามารถสื่อสารและเชื่อมต่อกับพวกเขาได้อย่างมีประสิทธิภาพ กลยุทธ์การตลาดจีน: ออนไลน์และออฟไลน์ การผสมผสานกลยุทธ์การตลาดออนไลน์และออฟไลน์เป็นสิ่งสำคัญในการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายในจีน การใช้โซเชียลมีเดีย, อีคอมเมิร์ซ และการตลาดผ่านคนดังหรือ KOLs สามารถเพิ่มการรับรู้แบรนด์และกระตุ้นการซื้อ การปรับตัวเข้ากับตลาดจีน ผลิตภัณฑ์สมุนไพรไทยที่ประสบความสำเร็จในการตลาดจีนมักมีการปรับตัวให้เข้ากับความต้องการและความคาดหวังของผู้บริโภคจีน ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของส่วนผสม, รสชาติ หรือแม้กระทั่งบรรจุภัณฑ์ ความสำคัญของมาตรฐานและรับรองคุณภาพ การมีมาตรฐานสากลและการรับรองคุณภาพเป็นสิ่งจำเป็นในการสร้างความเชื่อมั่นและน่าเชื่อถือให้กับผลิตภัณฑ์สมุนไพรไทยในตลาดจีน การสร้างสรรค์เรื่องราวแบรนด์และการเล่าเรื่อง เรื่องราวของแบรนด์และการเล่าเรื่องที่น่าสนใจสามารถเชื่อมต่ออารมณ์และความรู้สึกของผู้บริโภคได้ ช่วยให้ผลิตภัณฑ์สมุนไพรไทยโดดเด่นและจดจำได้ในการตลาดจีน การใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรม การใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมไม่เพียงแต่ในผลิตภัณฑ์เท่านั้น แต่ยังรวมถึงการตลาดและการจัดจำหน่าย ช่วยให้ผลิตภัณฑ์สมุนไพรไทยสามารถแข่งขันและประสบความสำเร็จในการตลาดจีนได้ การเข้าใจพฤติกรรมผู้บริโภค การศึกษาและเข้าใจพฤติกรรม, ความต้องการ และวิถีชีวิตของผู้บริโภคจีนเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อให้สามารถปรับกลยุทธ์การตลาดให้ตอบสนองต่อความต้องการเหล่านี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ การวิเคราะห์และปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง การตลาดจีนต้องการการวิเคราะห์ผลลัพธ์และปรับปรุงกลยุทธ์อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สามารถตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงของตลาดและรักษาความน่าสนใจของผลิตภัณฑ์ในสายตาผู้บริโภค คำแนะนำสำหรับผู้ประกอบการ ผู้ประกอบการที่ต้องการเจาะตลาดจีนควรให้ความสำคัญกับการศึกษาตลาด, การวางแผนกลยุทธ์ที่มีความเหมาะสม, การใช้เครื่องมือทางการตลาดที่ทันสมัย และการสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับวัฒนธรรมและค่านิยมของผู้บริโภคจีน ข้อสรุป การตลาดจีนเป็นสนามที่ท้าทายแต่ก็เต็มไปด้วยโอกาสสำหรับผลิตภัณฑ์สมุนไพรไทย ด้วยการเตรียมตัวอย่างดีและการใช้กลยุทธ์ที่เหมาะสม ผลิตภัณฑ์สมุนไพรไทยสามารถสร้างความนิยมและความสำเร็จในตลาดจีนได้อย่างยั่งยืน

Alibaba ทุบสถิติโลก ยอดขายวันคนโสด

Alibaba ทุบสถิติโลก ยอดขายวันคนโสด

ควันหลงจากเทศกาลลดราคา ช็อปปิ้งออนไลน์ ในวันคนโสด 11.11 หลายคนก็น่าจะได้ช็อปของกันสนุกมือไปแล้ว ส่วนในจีนซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของอีเว้นท์ชื่อดังนี้ ก็มีการทำสถิติใหม่ๆออกมา ในสถานการณ์ที่หลายฝ่ายอาจจะมองว่าจีนกำลังเข้าสู่ช่วงชะลอทางเศรษฐกิจ แต่สำหรับผู้บริโภคและเจ้าของร้านค้าออนไลน์ทั่วไปแล้ว นี่เป็นช่วงนาทีทองเลย แม้แต่แบรนด์ดังๆจำนวนมากก็ต้องเข้าร่วมกับช่วงนี้เหมือนกัน ไม่อย่างนั้นก็จะตกขบวนไป สำหรับในปี 2021 นี้มีเรื่องน่าสนใจหลายอย่าง เช่น 1.Alibaba เพิ่มทำลายสถิติ ยอดขายเดิมของตัวเองในปีก่อนลงเรียบร้อยแล้ว โดยในวันที่ 11 พ.ย. สามารถทำยอดขายผ่านแพลทฟอร์มออนไลน์ได้มากถึง 5.5 แสนล้านหยวน (ประมาณ 2.8 ล้านล้านบาท) เพิ่มขึ้นจากปีก่อนราว 8% ที่เคยทำไว้ 4.9 แสนล้านหยวน 2.ยอดขายที่เกิดขึ้นอาจนับว่าสวนทางกับการที่รัฐบาลจีนออกมาตรการใหม่ๆเพื่อป้องกันการผูกขาดของบริษัทด้านเทคโนโลยีของจีน 3.JD. com เป็นอีกหนึ่งบริษัทอีคอมเมิร์ซรายใหญ่ที่ทำยอดขายได้มากใน 11.11 ตามหลังเพียง Alibaba เท่านั้น โดยทำยอดขายได้ถึง 3.4 แสนล้านหยวน เพิ่มจากปีก่อนถึง 28 ที่ทำยอดขายได้ 2.7 แสนล้านหยวน 4.คำถามที่หลายคนอยากรู้คือ แล้วคนจีนซื้ออะไรกันมากที่สุดในวันนั้น จากข้อมูลของทั้ง Alibaba และ JD พบว่า สินค้ายอดนิยมคือกลุ่ม Luxury และกลุ่มมือถือสมาร์ทโฟน โดยเฉพาะ iPhone ของ Apple เรียกว่าเป็นช่วงที่ลูกค้าชาวจีนรอให้มีการลดราคาสำหรับของกลุ่มนี้โดยเฉพาะเลยก็ว่าได้ 5.มีข้อมูลเพิ่มว่า แบรนด์ท้องถิ่นของจีนทำยอดขายได้เพิ่มขึ้น รวมถึงกลุ่มตลาดรายได้น้อยและเมืองขนาดเล็กในจีนที่มียอดขายในภาพรวมเพิ่มขึ้นกว่า 77% แสดงให้เห็นถึงความต้องการของผู้บริโภคชาวจีน และตลาดก็ยังมีพื้นที่อีกมากรออยู่ด้วย ที่มา https://www.cnbc.com/2021/11/12/china-singles-day-2021-alibaba-jd-hit-record-139-billion-of-sales.html

ตำนานธุรกิจจีน จางรุ่ยหมิน แห่ง Haier ลงจากตำแหน่ง

ตำนานธุรกิจจีน จางรุ่ยหมิน แห่ง Haier ลงจากตำแหน่ง

ในวงการธุรกิจจีน ชื่อของ จางรุ่ยหมิน ถือว่าเป็นหนึ่งในยักษ์ใหญ่ของวงการ เพราะเขาคือประธานบริหารของบริษัท Haier ผู้ผลิต ตู้เย็น และเครื่องใช้อุปกรณ์ไฟฟ้า รายใหญ่ของจีน ซึ่งถือว่าเป็นหนึ่งในแบรนด์ดังแรกๆของจีนที่หันมาให้ความสำคัญกับการปรับโมเดล ผลิตสินค้าให้ได้มาตรฐานในระดับสากลที่สุด เนื่องจากในยุค 80-90 เวลานั้นสินค้าจีนถูกตราหน้าว่าเป็นของก็อปปี้ด้อยคุณภาพ กระทั่งหลังจากบริษัท Haier ได้ จางรุ่ยหมินก้าวเข้ามาดูแลการผลิตและการบริหาร เขาก็ตัดสินใจครั้งสำคัญ เปลี่ยนบริษัทให้กลายเป็นผู้ผลิตตู้เย็นที่มีคุณภาพได้ในที่สุด ล่าสุด จางรุ่ยหมิน อายุ 72 ปี ได้ลงจากตำแหน่งประธานบริหารแล้ว โดยผู้ที่จะเข้ามาแทนที่ตำแหน่งก็คือ เหลียง ไห่ซาน ซึ่งก็เป็นผู้มีประสบการณ์บริหารคนสำคัญเช่นกัน การลงจากตำแหน่งครั้งนี้ ก็เป็นการส่งสัญญาณอีกครั้งว่า บริษัท Haier อาจจะมีการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในเร็วๆนี้ก็เป็นได้ บวกกับการที่ จางรุ่ยหมินก็มีอายุมากแล้ว ที่มา https://www.caixinglobal.com/2021-11-06/haier-founder-zhang-ruimin-to-step-down-as-chairman-101801192.html

แจ็คหม่าอันดับร่วง แล้วใครขึ้นอันดับหนึ่ง มหาเศรษฐีจีน

แจ็คหม่าอันดับร่วง แล้วใครขึ้นอันดับหนึ่ง มหาเศรษฐีจีน

จากการจัดอันดับอภิมหาเศรษฐีของจีนล่าสุดอ้างอิงจากเว็บ Hurun พบว่ามีการขึ้นลงอันดับที่น่าสนใจมาก เมื่อปรากฏว่า แชมป์เก่าอย่าง แจ็ค หม่า ผู้ก่อตั้ง Alibaba เสียตำแหน่งคนรวยที่สุดในจีนไปแล้ว โดยร่วงลงสู่อันดับที่ 5 จากการประเมินมูลค่าสินทรัพย์อยู่ที่ 3.9 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ โดยผู้ครองตำแหน่งคนรวยที่สุดอันดับที่ 1 ของจีนล่าสุดก็คือ จงซานซาน อายุ 67 ปี ผู้ก่อตั้งบริษัท Nongfu Spring ซึ่งเป็นผู้ผลิตและจำหน่ายน้ำดื่ม และ ผลิตภัณฑ์ยา อันดับหนึ่งของจีน อีกทั้งเขายังครองตำแหน่งอภิมหาเศรษฐีอันดับ 1 ของทวีปเอเชียในเวลานี้ด้วย มูลค่าทรัพย์สินรวมตามการประเมินอยู่ที่ 6 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ แต่ที่น่าสนใจคือ อันดับที่ 2 คนใหม่อย่าง จางอีหมิง แห่งบริษัท Bytedance ซึ่งเป็นบริษัทผู้พัฒนาแพลทฟอร์มดังอย่าง Tiktok มีทรัพย์สินรวยเพิ่มขึ้นมากจนพุ่งขึ้นมาถึง 28 อันดับ แล้วครองอันดับที่ 2 ตามด้วย เจิ้งอี้ฉวิน แห่ง CATL บริษัทผู้ผลิตอุปกรณ์แบตเตอรี่ชื่อดัง ที่พุ่งขึ้นมาครองอันดับที่ 3 นอกจากนี้ จีนยังขึ้นกลายเป็นประเทศที่มีอภิมหาเศรษฐี หรือระดับ Billionaires มากที่สุดในโลก โดยอยู่ที่ 1,058 คน เหนือกว่าสหรัฐซึ่งมีอยู่ที่ 696 คน อย่างไรก็ตามในแง่ของ ความเท่าเทียมทางรายได้ และความเหลื่อมล้ำระหว่างคนรวยและคนจน จีนยังถือว่าอยู่ในระดับต้นๆของโลก แม้ว่าจีนจะได้ชื่อว่าเป็นประเทศที่สามารถแก้ไขปัญหาความยากจนได้มากที่สุดในโลกในช่วงสิบปีหลังก็ตาม แต่ภาพรวมของรายได้ประชากรก็ยังถือว่าอยู่ในระดับที่น้อยอยู่ ถึงกระนั้นทางการจีนก็ได้ประกาศไปว่าคนจีนในระดับที่ยากจนสุดขีด หรือถึงขั้นที่ต้องเสียชีวิตเพราะความอดอยากนั้นไม่มีแล้วในประเทศ ที่มา https://www.hurun.net/en-US/Rank/HsRankDetails?pagetype=rich

แจ็ค หม่า อันดับร่วง แต่ Alibaba ยังเป็นแบรนด์จีนอันดับ 1 ในตลาดโลก

แจ็ค หม่า อันดับร่วง แต่ Alibaba ยังเป็นแบรนด์จีนอันดับ 1 ในตลาดโลก

แม้ว่า แจ็ค หม่า จะเสียตำแหน่ง คนรวยที่สุดในจีนล่าสุดในปี 2021 ไปแล้ว โดยคนที่ขึ้นครองแชมป์อภิมหาเศรษฐีที่มีสินทรัพย์มากที่สุดในเวลานี้ของจีนคือ จงซานซาน แห่งบริษัท Nongfu Spring ผู้ผลิตและจำหน่ายน้ำดื่มและผลิตภัณฑ์ยาอันดับหนึ่งของจีน แต่ถ้าในแง่ของมูลค่าแบรนด์สัญชาติจีน ปรากฏว่าบริษัทที่ครองมูลค่าแบรนด์อันดับหนึ่งสำหรับตลาดในระดับโลก พบว่าบริษัท Alibaba ได้ครองแชมป์แบรนด์อันดับหนึ่งของจีนในระดับ Global ตามการประเมินของ BrandZ ซึ่งจัดอันดับบริษัทและแบรนด์ดังทั่วโลกเป็นประจำทุกปีและแทบทุกไตรมาส ส่วนสาเหตุที่ทำให้ Alibaba ครองแชมป์ คาดว่ามาจากหลายปัจจัย ไม่ว่าจะเป็นความมีอิทธิพลต่อตลาด การดึงดูดนักลงทุน ความมีชื่อเสียงและการยอมรับในต่างประเทศ (นอกจากในจีน) ซึ่งส่วนหนึ่งก็ต้องยอมรับว่ามาจากอิทธิพลและชื่อเสียงของ แจ็ค หม่า เช่นกัน สำหรับอันดับที่ 2 ตามมาติดๆคือ Tencent ซึ่งมีชื่อเสียงในฐานะเจ้าแห่งวงการเกมออนไลน์ในจีนที่สามารถบุกตลาดในต่างแดนได้ ส่วนอันดับที่ 3 ไม่ใช่บริษัทด้านเทคโนโลยี ไอที และอีคอมเมิร์ซ แต่เป็น Moutai ซึ่งเป็นผู้ผลิตสุราชั้นนำของจีน สำหรับสถานการณ์ของ Alibaba หลังจากนี้คาดว่าจะมีแนวโน้มในเชิงบวกเพิ่มมากขึ้น หลังจากบริษัทเองก็มีการปรับตัวเปลี่ยนแปลงตามกฎและมาตรการที่รัฐบาลจีนออกมาเพื่อป้องกันและลงโทษบริษัทที่ถูกกล่าวหาว่าผูกขาดทางธุรกิจมากเกินไป ซึ่ง Alibaba ก็เริ่มที่จะกระจายธุรกิจหลักออกไปด้านอื่นมากขึ้นด้วย ที่มา https://www.chinainternetwatch.com/30833/brandz-top-brands/

พิพิธภัณฑ์จีนบุกตลาด NFT วัยรุ่นจีนซื้อภาพดาบโกวเจี้ยนหมดเกลี้ยง

พิพิธภัณฑ์จีนบุกตลาด NFT วัยรุ่นจีนซื้อภาพดาบโกวเจี้ยนหมดเกลี้ยง

เป็นเรื่องฮือฮาไม่น้อยสำหรับวงการ NFT บนโซเชียลจีน แล้วยังไปถึงบนทวิตเตอร์ เมื่อพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ที่หูเป่ย ได้ประกาศขาย ภาพวาดแบบดิจิทัลของดาบโบราณจีนที่เชื่อว่าเป็นของ เยว่หวางโกวเจี้ยน หนึ่งในผู้นำแคว้นใหญ่ของจีนเมื่อสมัยชุนชิว-จ้านกว๋อ โดยสามารถขายหมดทั้ง 10,000 ก็อปปี้ ภาพของดาบดังกล่าวจัดทำเป็น 3D ซึ่งเป็นหนึ่งในศิลปะแบบใหม่ที่พิพิธภัณฑ์หลายแห่งของจีนนิยมจัดทำ ในฐานะของ ศิลปะดิจิทัล ซึ่งทางยุโรปให้ความสำคัญกับศิลปะสายนี้มานานกว่าสองทศวรรษแล้ว ทางจีนเองก็เริ่มจัดทำศิลปะแนวนี้มากขึ้นด้วย โดยมีการจำหน่ายทั้งบนออนไลน์และออฟไลน์ สำหรับผลงานภาพดิจิทัล ดาบของโกวเจี้ยน มีการจัดจำหน่ายผ่านช่องทางแพลทฟอร์มดังอย่าง Alipay โดยใช้ Mini-Program ยอดนิยมอย่าง AntChain ซึ่งเป็นหนึ่งในช่องทางที่ได้รับความนิยมมากในจีนเวลานี้สำหรับการซื้อขาย NFT ที่เป็นกลุ่มงานศิลปะจากวัฒนธรรมจีนโบราณ โดยมีการสำรวจและรายงานจากสถาบันตุ้นหวงของจีนที่สำรวจเกี่ยวกับเทคโนโลยีเครือข่ายและบล็อกเชน พบว่าผู้สนใจและซื้อขายงานศิลปะเหล่านี้ผ่านทางแพลทฟอร์มมือถือ ส่วนมากคือกลุ่มคนรุ่นใหม่ในจีน โดยเฉพาะตั้งแต่ Gen-Y ลงมา ซึ่งถือว่ามีกำลังซื้อในระดับหนึ่ง โดยก่อนหน้านี้มีการพบว่าภาพศิลปะดิจิทัลที่ได้รับความนิยมเกินคาดก็คือภาพแบ็คกราวน์ผนังถ้ำที่ก่านซู ซึ่งทำยอดขายบน Alipay ได้ราว 8,000 ชิ้น ปล.บางทีก็แปลกใจไม่ได้ว่า ทำไมภาคส่วนของไทยเราที่เกี่ยวข้องกับวัฒนธรรม ไม่ทำอะไรแบบนี้ออกมาโปรโมทบ้างนะ ที่มา https://technode.com/2021/11/05/chinese-museums-and-galleries-tap-blockchain-tech-to-digitize-ancient-chinese-artifacts/

ทีม E-Sport จีน โค่นเกาหลีใต้ คว้าแชมป์ League of Legends

ทีม E-Sport จีน โค่นเกาหลีใต้ คว้าแชมป์ League of Legends

เป็นอีกหนึ่งในความสำเร็จระดับโลกของทีมกีฬา E-Sport -องจีน หลังจากพวกเขาเอาชนะการแข่งขันในศึกของเกมดังอย่าง League of Legends ด้วยการโค่นเกาหลีใต้ลงได้ 3-2 เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ทำให้เรื่องนี้กลายเป็นเทรนด์ดังอยู่ในโซเชียลของจีนตลอดวันนี้ ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาวงการกีฬา E-Sport ของจีนมีการเติบโต้ก้าวหน้าไปอย่างมาก ซึ่งในโซเชียลจีนก็กล่าวกันว่าความสำเร็จนี้เป็นผลลัพธ์จากการแข่งขันและความก้าวหน้าของวงการในจีนเองที่ส่งผลต่อผู้เล่นในการพัฒนาความสามารถ ซึ่งคาดว่าจะทำให้จีนเป็นหัวแถวของวงการในระดับโลกด้วย ปัจจุบันวงการ E-Sport ของจีนและในหลายประเทศเริ่มยกระดับกลายเป็นอุตสาหกรรมและธุรกิจขนาดใหญ่ที่มีมูลค่ามหาศาล มีผู้เล่นเพิ่มมากขึ้นในภาพรวม แล้วยังรวมถึงระบบบริหารจัดการ และบุคลากรที่เกี่ยวข้องด้วย สำหรับในจีนนั้นมีผู้เล่นเกมออนไลน์จำนวนมาก ส่งผลต่อการผลิตเกมออนไลน์ออกมามากกว่า 488 ล้านเกม ทั้งนี้ในปี 2019 ธุรกิจเกมออนไลน์สามารถทำรายได้มากถึง 9.4 หมื่นล้านหยวน กระทั่งในปี 2020 จึงเพิ่มขึ้นมากถึง 1.36 แสนล้านหยวน สัดส่วนเพิ่มมากขึ้นถึง 44% แล้วยังคาดว่าจะเติบโตขึ้นอีก ซึ่งส่วนหนึ่งก็มาจากการที่ผู้คนต้องกักตัวจากโควิด-19 ทำให้ธุรกิจเกมเติบโตขึ้นมากด้วย ทั้งนี้มีข้อมูลหนึ่งที่น่าสนใจมากสำหรับผู้เล่น E-Sport ในจีน คือการที่ผู้เล่นจำนวนไม่น้อยล้วนเป็นวัยรุ่นและคนที่มีการศึกษาดี จบจากมหาวิทยาลัยมีชื่อเสียง บ้างก็ผันตัวมาจากคนทำอาชีพในสายเทคโนโลยี โปรแกรมเมอร์ และอื่นๆ โดยในปีนี้มีข้อมูลอีกว่า ผู้เล่นเกือบ 95% ที่เข้าร่วมวงการ E-Sport ในจีนปีนี้ จบการศึกษาในสาขาที่เกี่ยวกับ E-Sport โดยตรงจากมหาวิทยาลัยแห่งชาติจีนที่หนานจิง แล้วในนั้นก็มีสัดส่วนมากถึง 62% ที่ตัดสินใจทุ่มเทให้อุตสาหกรรมนี้อย่างเต็มตัวเป็นอาชีพหลักเลย โดยครอบคลุมในธุรกิจที่เกี่ยวข้อง เช่น การเข้าร่วมกับบริษัทพัฒนาเกม ออกแบบเกม ไปจนถึงการแข่งขันและในส่วนที่เกี่ยวข้องด้วย ที่มา https://www.caixinglobal.com/2021-11-08/shanghai-esports-team-wins-league-of-legends-world-championship-101802149.html

Huobi เริ่มให้แลกเปลี่ยนคริปโตในยุโรปและละตินอเมริกา หลังจีนสั่งระงับ

Huobi เริ่มให้แลกเปลี่ยนคริปโตในยุโรปและละตินอเมริกา หลังจีนสั่งระงับ

ก่อนหน้านี้ แพลทฟอร์มดังอย่าง Huobi ซึ่งเปิดให้บริการมานาน ในฐานะของแพลทฟอร์มแลกเปลี่ยนคริปโต ได้ยุติการให้บริการเปิดบัญชีใหม่กับลูกค้าในจีนแผ่นดินใหญ่ไปแล้ว หลังจากทางการจีนที่ปักกิ่งได้ประกาศให้ธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับบิทคอยน์และสกุลเงิจดิจิทัลอื่นๆเป็นสิ่งที่ผิดกฎหมายจีน ล่าสุด แพลทฟอร์ม Huoboi ได้หาทางออกด้วยการบุกตลาดในระดับโลก โดยเฉพาะตลาดผู้ใช้งานในยุโรป ละตินอเมริกา เอเชีย และตะวันออกกลาง โดยเฉพาะการบุกเข้า รัสเซีย ยูเครน เอเชียอาคเนย์ นอกจากนี้ยังดึงดูดนักลงทุนในอังกฤษและสวิสเซอร์แลนด์ด้วย เจฟฟ์ เม่ย ผู้อำนวยการฝ่ายกลยุทธ์การตลาดของ Huobi ได้กล่าวว่า “ยังมีพื้นที่อีกมากสำหรับคริปโต รวมถึงการปรับตัวเองให้เข้ากับสถานการณ์ต่างๆ ทุกวันนี้มีคนที่เริ่มศึกษาเกี่ยวกับคริปโตและการลงทุนที่เกี่ยวข้องมากขึ้น ทำให้จำนวนการเทรดมีอัตราเพิ่มขึ้นมากในช่วงหลัง” แม้ว่าสถานการณ์ในจีนช่วงปีที่ผ่านมา จะเข้มงวดกับการกราบปรามการทำธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับคริปโต แต่ก็ดูเหมือนว่าการลงทุนแนวนี้จะกลายเป็นกระแสหลักที่มาแรงมากขึ้นเรื่อยๆ ที่มา https://www.caixinglobal.com/2021-11-08/chinese-cryptocurrency-exchange-huobi-ramps-up-global-expansion-amid-domestic-crackdown-101802143.html

จีนสั่งห้ามอินฟลูเอนเซอร์ ทำไลฟ์เชิญชวนการลงทุน

จีนสั่งห้ามอินฟลูเอนเซอร์ ทำไลฟ์เชิญชวนการลงทุน

มีประเด็นเกี่ยวกับการสั่งแบนและห้ามบรรดา Influencer ในการทำ Live Streaming ที่ไปในทางแนะนำการลงทุน รวมถึงการเชิญชวนเปิดบัญชีลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ ก่อนหน้านี้เมื่อเดือนกันยายน ทางการจีนได้ออกมาตรการควบคุมการทำ Live Stream ในบางประเด็นที่เกี่ยวข้องกับเยาวชนที่อายุต่ำกว่า 16 ปี รวมถึงการจำกัดระยะเวลาในการเข้าใช้งาน Live และเล่นเกมออนไลน์ของเยาวชนด้วย ล่าสุดยังมีมาตรการใหม่ๆที่ออกมาห้ามบรรดา Influencer ในการทำ Live เพื่อแนะนำการลงทุนหรือชักชวนให้เปิดบัญชีการลงทุนใดๆ ทั้งในตลาดหลักทรัพย์หรือการลงทุนในรูปแบบต่างๆ สาเหตุหนึ่งที่ทำให้มาตรการนี้ออกมาใช้ ก็เนื่องจากหลายปัจจัย ส่วนหนึ่งมีเรื่องของความสำเร็จและความนิยมของบรรดา Influencer ที่มีพลังในการชักชวน การรีวิว ให้คนเข้ามาซื้อสินค้ากันแบบถล่มทลาย ซึ่งก็มีตัวอย่างให้เห็นกันเยอะมาก นอกจากนี้ในช่วงหลังเริ่มมีการพบว่าบรรดา Influencer เหล่านี้เริ่มขยายขอบเขตในการขายสินค้าและรีวิว มาเป็นการเชื้อเชิญให้เปิดบัญชีลงทุนเพิ่มด้วย แต่การชักชวนการลงทุนดังกล่าวของเหล่า Influencer เริ่มถูกจับตามองว่าเป็นการหารายได้ที่อาจมีกลยุทธ์ซ้อนเร้น อีกทั้งคนเหล่านี้ไม่ได้รับผิดชอบต่อการชวนลงทุนของผู้เปิดบัญชีอีกต่างหาก ซึ่งกลายเป็นว่าคนที่เจอปัญหาขาดทุนก็กลายเป็นเหล่าลูกค้า แต่สถานะทางการเงินของเหล่า Influencer ยังคงมีมากขึ้น โดยเฉพาะในปี 2020 ที่สถานการณ์โควิด-19 ระบาด มีการพบลักษณะการหารายได้ของเหล่า Influencer ในแง่นี้มากขึ้น ทางการจีนจึงหาทางป้องกันปัญหาดังกล่าวที่อาจจะกลายเป็นปัญหาระยะยาว จึงออกมาตรการสั่งห้าม และถือว่าผู้ละเมิดเป็นการทำผิดกฎหมายชัดเจน ที่มา https://www.caixinglobal.com/

กระแสแฮชแท็กดังใน Weibo ต่อต้านการทำงานแบบ 996

กระแสแฮชแท็กดังใน Weibo ต่อต้านการทำงานแบบ 996

ในโซเชียลมีเดียจีนยอดนิยมอย่าง Weibo เริ่มมีการติดแฮชแท็กต่อต้านวัฒนธรรมการทำงานในแบบ 996 ซึ่งใช้กันในบริษัทหลายแห่งของจีน ซึ่งตัวเลขที่ว่านี้มาจากระยะเวลาในการทำงานตั้งแต่เวลา 9.00am-9.00pm และทำงาน 6 วัน โดยมีวันหยุด 1 วันต่อสัปดาห์ ทำให้เรียกรวมกันว่า 996 การติดแฮชแท็กนี้เริ่มแพร่หลายมากขึ้นในช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมา เป้าหมายเพื่อต้องการบอกว่าการทำงานแบบ 996 ควรยกเลิกได้แล้ว โดยเฉพาะบรรดาวัยรุ่นและคนทำงานตั้งแต่ช่วงอายุ 25-40 ปี จำนวนไม่น้อยเลยที่มองว่าวัฒนธรรมการทำงานหนักเกินไปแบบนี้ควรเปลี่ยนแปลง เพราะมันส่งผลเสียต่อสภาพจิตใจและร่างกาย โดยเฉพาะการทำให้เกิดความเคร่งเครียดสูง การแข่งขันที่สูงในทุกวงการ อีกทั้งรายได้ก็ไม่ได้ว่าได้มากขึ้นตามมาอย่างที่ควร แม้ว่าจีนในยุคใหม่จะประสบความสำเร็จมากในการพาประเทศหลุดพ้นจากความยากจน โดยเฉพาะคนจีนในชนบท เรียกง่ายๆว่าสัดส่วนของเวลาในการทำงานและรายได้มันสวนทางกัน อย่างไรก็ตามต้องยอมรับว่า วัฒนธรรมการทำงานหนักหน่วงแบบนี้เป็นหนึ่งในสาเหตุสำคัญที่ช่วยให้จีนก้าวกระโดดจากประเทศด้อยพัฒนาและชาติยากจน ให้กลายมาเป็นชาติมหาอำนาจทางเศรษฐกิจจีนได้ในเวลานี้นั่นเอง ซึ่งหนึ่งในบริษัทยักษ์ใหญ่ในจีนที่ใช้แนวทาง 996 แล้วประสบความสำเร็จมากก็คือ Alibaba นั่นเอง นอกจากนี้ยังมีงานวิชาการจำนวนหนึ่งในช่วงหลังเริ่มชี้ว่ามันจะส่งผลเสียต่อสุขภาพกายและจิตใจ รวมถึงประสิทธิภาพที่ออกมาไม่ได้ว่าดีอย่างที่คิด ที่สำคัญคือเรื่องนี้มีผลทำให้วัยรุ่นจีนช่วงหลังเริ่มไม่อยากมีลูกกันมากขึ้น จนกลายเป็นปัญหาให้รัฐบาลจีนต้องออกมากระตุ้นการจับคู่ของวัยรุ่น บางทีนโยบาย 996 ก็อาจจะได้รับการเปลี่ยนแปลงก็ได้ เพราะเมื่อทางการจีนออกมาตรการควบคุมและลดการให้การบ้านต่อเด็ก รวมถึงการเรียนพิเศษ หลังจากนี้ช่วงเวลาการทำงานก็อาจจะถูกปรับให้ยืดหยุ่นด้วยเหมือนกัน ที่มา https://www.whatsonweibo.com/goodbye-996-weibo-discussions-on-changes-in-overtime-work-culture/

Li Ning แบรนด์เสื้อกีฬาที่จับตลาดวัยรุ่นจีน แทนที่ Nike Adidas

Li Ning แบรนด์เสื้อกีฬาที่จับตลาดวัยรุ่นจีน แทนที่ Nike Adidas

ตอนนี้ตลาดจีนกำลังมีกระแสที่เรียกว่า China-Chic หมายถึงการที่ผู้บริโภคชาวจีน โดยเฉพาะกลุ่มวัยรุ่น วัยกลางคน ซึ่งเป็นพวกที่มีกำลังซื้อสูง ตั้งแต่อายุระหว่าง 20-40 ปี หันมาให้ความใส่ใจกับการซื้อสินค้าจากแบรนด์จีนมากขึ้น ส่วนหนึ่งของกระแสนี้ก็มาจากการที่แบรนด์ดังจากตะวันตกบางยี่ห้อผิดพลาดในการสื่อสารการตลาดหรือไม่ก็เกิดเหตุดราม่าที่ทำให้แบรนด์ของพวกเขาถูกแบนจากคนจีนมากขึ้น ปรากฏว่าในกระแสนี้ มีบางแบรนด์ของจีนเองที่ได้ประโยชน์ โดยเฉพาะในช่วงปลายปีที่ตลาดจีนโดยเฉพาะการซื้อขายสินค้าทางออนไลน์ที่มีช่วงเทศกาลลดราคาครั้งใหญ่ เช่น 11.11 ซึ่งหนึ่งในแบรนด์จีนที่มีกระแสขึ้นมาในช่วงนี้ก็คือ Li Ning ซึ่งเป็นแบรนด์เสื้อผ้ากีฬาที่ก่อตั้งโยอดีตนักกีฬาโอลิมปิกยิมนาสติกชื่อดังของจีนเอง โดยตั้งชื่อแบรนด์ตามชื่อของเจ้าตัวเลย แบรนด์ Li Ning ก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 1989 จากนั้นจึงเริ่มบุกเข้าตลาดตะวันตก โดยเฉพาะในยุโรป ตั้งแต่ปี 2005 โดยเริ่มเข้าไปร่วมทำตลาดกับพาร์ทเนอร์ที่ฝรั่งเศส จากนั้นก็เริ่มทำตลาดมากขึ้นและเป็นแบรนด์เสื้อผ้าจีนที่ทำรายได้อันดับต้นๆของจีนเอง กระทั่งเริ่มเปิดสำนักงานแห่งแรกในสหรัฐอเมริกาเมื่อปี 2010 แล้วก็เริ่มขยายตลาดออกไปหลายประเทศมากขึ้น ซึ่งระหว่างนั้นก็ล้มลุกคลุกคลาน ในแง่ของรายได้และผลกำไร และการขาดทุนเป็นระยะ แต่ล่าสุดเกิดมีกระแสความนิยมต่อ Li Ning สำหรับคนจีนรุ่นใหม่ ที่มีเหนือแบรนด์เสื้อผ้ากีฬาชื่อดังอย่างยี่ห้อ Nike และ Adidas ซึ่งไม่ใช่แค่จากคนจีนในจีนแผ่นดินใหญ่เองเท่านั้น แต่ยังรวมถึงคนจีนที่อยู่ในต่างแดน โดยเฉพาะวัยรุ่นและนักศึกษาที่ไปศึกษาอยู่ในตะวันตก เช่น แคนาดา ซึ่งมียอดสั่งซื้อเสื้อผ้ากีฬา Li Ning มากขึ้น โดยกระแสนี้เริ่มมาตั้งแต่ปีก่อน และในครึ่งปีแรกของปี 2021 โดยมีรายงานว่า พวกเขาทำรายได้เพิ่มขึ้นมากกว่า 65% และมีผลกำไรเพิ่มขึ้นถึง 187% เฉพาะใน 6 เดือนแรกของปีนี้ คิดเป็นรายได้มากถึง 1.57 พันล้านเหรียญเลยทีเดียว ต้องรอดูกันต่อไปว่า ความสำเร็จของ Li Ning จะส่งผลต่อแบรนด์อื่นๆและธุรกิจกลุ่มอื่นที่ทำการตลาดกับคนจีนในประเทศและต่างประเทศมากน้อยแค่ไหน เพราะช่วงนี้ดูเหมือนจะเป็นโอกาสทำเงินสุดๆของแบรนด์จีนแล้ว ที่มา https://www.caixinglobal.com/2021-11-06/chinas-domestic-sportwear-brands-rapidly-closing-on-nike-adidas-101801427.html
https://frontofficesports.com/li-ning-profits-increase-187-in-h1-2021/

เปิดตัว นวัตกรรม เทคโนโลยี สินค้าใหม่ๆในงาน Expo ที่เซี่ยงไฮ้

เปิดตัว นวัตกรรม เทคโนโลยี สินค้าใหม่ๆในงาน Expo ที่เซี่ยงไฮ้

มีการเปิดตัวผลิตภัณฑ์เทคโนโลยีที่เป็นนวัตกรรมใหม่ๆหรือการต่อยอดจากนวัตกรรมที่มีอยู่แล้วให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นไปอีก รวมแล้วมากกว่า 100 รายการ ตัวอย่างเปิดตัวผลิตภัณฑ์ที่น่าสนใจ เช่น 1.PET/CT สแกนเนอร์ รุ่นใหม่ ของบริษัท Siemens Healthineers ที่สามารถตรวจสุขภาพร่างกายในภาพรวมได้ด้วยการสแกนในเวลาเพียงแค่ 15 วินาที แล้วสามารถตรวจสอบปัญหาเรื่องสุขภาพที่หลายคนกังวลได้ แม้แต่การตรวจเซลล์มะเร็งในเบื้องต้น 2.เครื่องประเมินและออกแบบการทำศัลยกรรมความงาม โดยเฉพาะดวงตา ที่ช่วยให้เราไม่ต้องเสี่ยงเอาดาบหน้ามากเกินไป รวมถึงการประเมินเรื่องสีผิวสำหรับคนที่อยากเปลี่ยนสีผิวด้วย 3.เครื่องตรวจสอบระดับฮีโมโกลบิน 4.รถยนต์ไฟฟ้ารุ่นใหม่ๆ จากแบรนด์ยุโรป นวัตกรรมหลายตัวมีการเปิดตัวเพื่อเรียกความสนใจจากลูกค้าและนักลงทุนที่เข้ามาในงาน ซึ่งก็คาดว่าบางชิ้นอาจจะเริ่มทำตลาดและมีการจัดจำหน่ายในตลาดทั่วไปภายหลัง ที่มา https://www.chinadaily.com.cn/a/202111/07/WS61875463a310cdd39bc73cde.html

เปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้า Ora Good Cat ของจีน

เปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้า Ora Good Cat ของจีน

หนึ่งในเรื่องฮือฮาของวงการยานยนต์จีน เมื่อได้มีการเปิดตัวรถยนต์ที่ใช้พลังงานไฟฟ้าแบบ 100% ของ ORA Good Cat ซึ่งเป็นบริษัทยานยนต์สัญชาติจีน สำหรับรถ ORA Good Cat เป็นรถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% พร้อมด้วยระบบอัจฉริยะ ซึ่งคาดว่าจะทำตลาดในจีนและเอเชียได้มากขึ้นหลังจากนี้ รวมถึงในไทยด้วย รถยนต์ไฟฟ้า ORA Good Cat แบบ 100% ถือว่าเป็นสมาชิกใหม่ของ GWM เกรท วอลล์ มอเตอร์ บริษัทยานยนต์สัญชาติจีน ซึ่งน่าจับตามองในการขยายตลาดหลังจากนี้ ที่มา https://www.gwm.co.th/ora-good-cat/

จับตา Tmall เจาะตลาดสินค้าสายเขียว วันคนโสด 11.11

จับตา Tmall เจาะตลาดสินค้าสายเขียว วันคนโสด 11.11

เป็นอีกหนึ่งสินค้าที่มาแรงและน่าสนใจมากๆ สำหรับช่องทางอีคอมเมิร์ซ โดยเฉพาะ Tmall ซึ่งเป็นแพลทฟอร์ม B2X อันดับหนึ่งของจีน สำหรับสินค้ากลุ่ม “สีเขียว” ครอบคลุมถึงสินค้าที่เกี่ยวกับ การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม หรือลดการใช้วัสดุที่เป็นภัยต่อธรรมชาติให้มากที่สุด ปัจจุบันสินค้ากลุ่มนี้มีมูลค่าตลาดในจีนมากกว่า 100 ล้านหยวน และจะเพิ่มขึ้นอีก อีกทั้งคนจีนเองก็มีทั้งกำลังซื้อและความสนใจสินค้ากลุ่มนี้มากขึ้นด้วย โดยสินค้ากลุ่มนี้ในวันคนโสด 11.11 คาดว่าจะได้รับความสนใจเอามากๆ เพราะเป็นช่วงลดราคาครั้งใหญ่ทั่วประเทศจีน อีกทั้งสินค้ากลุ่มนี้ยังได้รับการสนับสนุนจากทางการและท้องถิ่นจีนมากขึ้นด้วย เพราะเข้ากับนโยบายหลักของทางการจีนที่ต้องการลดพลังงานที่ทำลายสิ่งแวดล้อม

Tencent เตรียมเดิมพันครั้งใหญ่กับ Metaverse

Tencent เตรียมเดิมพันครั้งใหญ่กับ Metaverse

ต้องยอมรับว่าหลังจาก มาร์ก ซักเกอร์เบิร์ก ผู้ก่อตั้ง Facebook ออกมาประกาศถึงการรีแบรนด์บริษัท และเปลี่ยนแนวทางของบริษัทที่จะก้าวไปสู่ Metaverse ดูเหมือนหลายบริษัททั่วโลกก็เริ่มออกมาพูดถึงประเด็นนี้กันมากขึ้น ล่าสุดมีข้อมูลว่า บริษัท Tencent ยักษ์ใหญ่ด้านไอทีของจีน ที่เติบโตมาจากธุรกิจเกมออนไลน์ กำลังเป็นอีกหนึ่งบริษัทใหญ่ที่เตรียมบุกตลาด Metaverse หลังจากคำนี้กำลังกลายเป็นประเด็นใหญ่บนโลกอินเทอร์เน็ต สำหรับแนวทางการบุกสู่ Metaverse ของ Tencent ที่กำลังใช้ตอนนี้คือวงการ VR Idol ซึ่งก็ถือว่าอยู่ในสายที่บริษัทถนัดอยู่แล้ว นั่นคือสายบันเทิง แพลทฟอร์ม เกม สตรีม และสื่อ โดยคาดว่าทาง Tencent จะพัฒนาทั้งในแง่ของ แพลทฟอร์มสำหรับ Content Creator ในการสร้างสรรค์ VR Idol รวมถึงพื้นที่สำหรับเรื่องนี้เพิ่มขึ้นในอนาคต เช่นเดียวกับแพลทฟอร์มวีดีโอสั้นที่เป็นรูปแบบหลักในเวลานี้ด้วย ที่มา https://technode.com/2021/10/27/insights-is-chinas-virtual-idol-boom-a-marketing-trend-with-staying-power/

จีนสั่งล็อกดาวน์ 3 มณฑล หลังผู้ป่วยกลับมาเพิ่มขึ้น

จีนสั่งล็อกดาวน์ 3 มณฑล หลังผู้ป่วยกลับมาเพิ่มขึ้น

เป็นประเด็นขึ้นมาหลังจากทางการจีนประกาศล็อกดาวน์ใน 3 มณฑลที่พบผู้ป่วยโควิดเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นการพบผู้ติดเชื้อกลับมามากที่สุดในรอบเกือบสองเดือน โดยเฉพาะที่มณฑลเฮย์หลงเจียง ตามด้วยมองโกเลียใน กานซู่ ปักกิ่ง หนิงเซี่ยหุย โดยเรื่องนี้มาจากรายงานของคณะกรรมาธิการสาธารณสุขแห่งชาติของจีนที่ระบุว่าในรอบครึ่งเดือนที่ผ่านมาได้มีการตรวจพบผู้ป่วยรายใหม่ในพื้นที่ระดับมณฑลมากถึง 14 แห่ง ถึงแม้ว่าจะเป็นการติดเชื้อและแพร่ระบาดในกลุ่มขนาดเล็กและรดับชุมชนก็ตามที แต่เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำรอยที่อาจจะนำไปสู่การแพร่ระบาดของเชื้อครั้งใหญ่แบบที่เคยเป็นมาทาง ทำให้ทางการจีนประกาศใช้มาตรการคุมเข้มระดับสูงสุด สั่งล็อกดาวน์แล้ว 3 เมืองใน 3 มณฑลที่พบผู้ป่วยอย่าง โดยหัวเมืองดังกล่าวได้แก่ เมืองหลานโจว เมืองเอกของมณฑลกานซู เมืองเอ๋อจีน่า ของเขตปกครองตนเองมองโกเลียใน และเมืองเฮ่ยเหอ ในมณฑลเฮย์หลงเจียง ยังมีความกังวลในแง่ที่ว่า กรุงปักกิ่ง ในฐานะเมืองหลวงกำลังจะเป็นสถานที่เจ้าภาพในการจัดงานแข่งขันสำหรับโอลิมปิกฤดูหนาวในเดือน ก.พ. ปี 2022 ทำให้มีการสั่งลดจำนวนเที่ยวบินขาเข้าและสั่งปิดโรงภาพยนตร์ทั้งหมด และการเดินทางเข้าออกในเมืองหลวง เป็นการชั่วคราว รวมถึงงานรื่นเริงก็ให้งดเว้นไปก่อนด้วย คงต้องจับตาดูว่า การสั่งล็อกดาวน์จะช่วยให้ป้องกันการแพร่ระบาดครั้งนี้ได้ไหม และจะทันก่อนการจัดแข่งโอลิมปิกฤดูหนาวหรือไม่ ที่มา http://www.reuters.com/.../mainland-china-reports-78-new.../

รองนายกฯ เผยไทยหวังขยายส่งออก ‘สินค้าเกษตร’ สู่จีน

รองนายกฯ เผยไทยหวังขยายส่งออก ‘สินค้าเกษตร’ สู่จีน

เมื่อวันจันทร์ (1 พ.ย.) จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีกระทรวงพาณิชย์ ระบุว่าไทยต้องการขยับขยายการส่งออกสินค้าเกษตรไปยังจีน รวมถึงยินดีเสริมสร้างการสื่อสารและการประสานงานในความร่วมมือด้านการค้า การลงทุน และการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐาน ตลอดจนความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการค้าในภูมิภาค จุรินทร์เผยท่าทีดังกล่าวระหว่างการพบปะกับหานจื้อเฉียง เอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทย ซึ่งเข้ารับตำแหน่งเมื่อเดือนสิงหาคม โดยทั้งสองฝ่ายได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับประเด็นทางเศรษฐกิจและการค้าระหว่างการหารือ จุรินทร์กล่าวชื่นชมความสำเร็จของรัฐบาลจีนในการรับมือกับโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (โควิด-19) รวมถึงการสนับสนุนอุปกรณ์ป้องกันโรคระบาดให้ไทยด้วย ด้านหานเผยว่าจีนและไทยยังคงรักษาความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจและการค้าอันแน่นแฟ้นท่ามกลางการระบาดของโรคโควิด-19 มีส่วนสนับสนุนการต่อสู้กับโรคระบาดใหญ่และการฟื้นฟูในสองประเทศ และนำพาผลประโยชน์ที่จับต้องได้จริงมาสู่ประชาชนทั้งสองฝ่าย จีนยินดีทำงานร่วมกับไทยเพื่อส่งเสริมการจัดวางยุทธศาสตร์การพัฒนาของสองประเทศต่อไป ผลักดันความร่วมมือในภาคธุรกิจเกิดใหม่ อาทิ เศรษฐกิจสีเขียวและเศรษฐกิจดิจิทัล และส่งเสริมความร่วมมือด้านดั้งเดิมต่างๆ ต่อไป ข้อมูลจากศุลกากรจีนระบุว่าปริมาณการค้าทวิภาคีระหว่างจีนและไทย มีมูลค่ารวม 9.74 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 3.24 ล้านล้านบาท) ในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2021 เพิ่มขึ้นร้อยละ 36 เมื่อเทียบปีต่อปี โดยจีนนำเข้าสินค้าจากไทยเพิ่มขึ้นร้อยละ 33.2 ขณะการนำเข้าสินค้าเกษตรจากไทยเพิ่มขึ้นร้อยละ 56.31 เมื่อเทียบปีต่อปี

แฟนสามก๊กตะลึง อีลอน มัสก์ โพสต์ทวิต “กลอนโจสิดเจ็ดก้าว”

แฟนสามก๊กตะลึง อีลอน มัสก์ โพสต์ทวิต “กลอนโจสิดเจ็ดก้าว”

ทุกครั้งที่ อีลอน มัสก์ ออกมาโพสต์ทวิตอะไรก็ตาม มักเกิดกระแสขึ้นเสมอ ถึงขนาดที่ราคาเหรียญบิทคอยน์ก็ผันผวนมาแล้ว แล้วล่าสุดโพสต์ทวิตของเขาสร้างความฮือฮามาก โดยเฉพาะแฟนๆวรรณกรรมจีนเรื่องดังอย่าง “สามก๊ก” 1.โดยในเช้าวันที่ 1 พ.ย. 2021 อีลอน มัสก์ CEO ของบริษัท Tesla ได้โพสต์ทวิตเป็นบทกลอนภาษาจีน คือ 煮豆燃豆萁, (zhǔ dòu rán dòu qí) 豆在釜中泣. (dòu zài fǔ zhōng qì) 本是同根生, (běn shì tóng gēn shēng) 相煎何太急? (xiàng jiān hé tài jí?) ถ้าแปลตามความหมาย ก็คือ เขาต้มถั่วด้วยถั่วเป็นต้นต้น มันร้อนรนร้องลั่นจากอวยใหญ่ โอ้เกิดหน่อเดียวกันใช่ห่างไกล เหตุไฉนเข่นฆ่าไม่ปราณี (อ้างอิง สามก๊กฉบับแปลใหม่ โดย วรรณไว พัธโนทัย) 2.บทกลอนที่ว่านี้ก็คือบทกวี 7 ก้าวที่มีชื่อเสียงโด่งดัง ประพันธ์โดย โจสิด บุตรชายคนที่สามของโจโฉ ซึ่งเป็นกวีอัจฉริยะแห่งยุคสามก๊ก ซึ่งความหมายของกลอนบทนี้ เป็นการแสดงความสะเทือนใจต่อชะตากรรมระหว่างพี่น้องที่แม้ว่าจะเกิดจากพ่อแม่เดียวกันแต่กลับเล็งจะเข่นฆ่ากัน ซึ่งในบทกลอนนี้ต้องการสื่อถึงความขัดแย้งระหว่างตัวโจสิดและพี่ชายอย่างโจผี สุดท้ายโจผีเองก็สะเทือนใจแล้วสั่งเนรเทศโจสิด แทนที่จะสังหารอย่างที่คิดไว้ทีแรก 3.ที่น่าแปลกคือ จู่ๆ อีลอน มัสก์ กลับโพสต์ทวิตบทกลอนนี้ขึ้นมา ทำเอาผู้คนพากันงงว่า เขาต้องการสื่ออะไร??? หลายฝ่ายวิเคราะห์ว่า นายอีลอนอาจจะสื่อถึงสถานการณ์บางอย่างในด้านการลงทุน การเงิน ธุรกิจ การแข่งขันหลายอย่างในเวลานี้ รวมถึงการแข่งขันที่รุนแรงของคริปโต และสถานการณ์ของคริปโตในจีนที่ถูกแบน หรือบางทีอาจจะไม่มีอะไรในกอไผ่เลยก็เป็นได้ แต่ก็ทำให้หลายคนพากันสนใจอย่างมาก และแสดงให้เห็นว่า สามก๊ก เป็นสุดยอดวรรณกรรมจีนที่โด่งดังและแม้แต่มหาเศรษฐีอันดับ 1 ของโลกคนล่าสุดอย่างอีลอน ก็ยังอ่าน ที่มา https://www.cnbc.com/2021/11/02/elon-musk-goes-viral-on-chinese-social-media-with-ancient-poem-post.html

จีนเตรียมเสนอระบบจัดเรตติ้งสำหรับแพลทฟอร์ม

จีนเตรียมเสนอระบบจัดเรตติ้งสำหรับแพลทฟอร์ม

จับตา เมื่อทางการจีนกำลังเตรียมเสนอแผนการจัดระเบียบใหม่ของแพลทฟอร์มอินเทอร์เน็ตรวมถึงการจัดกลุ่มต่างๆ และยังรวมถึงการจัดเรตติ้งด้วย มาดูว่ามีประเด็นอะไรน่าสนใจบ้าง · ตอนนี้ในตลาดจีนกำลังจับตามองเรื่องการเตรียมจัดกลุ่มของแพลทฟอร์มอินเทอร์เน็ตออกเป็นหกกลุ่มใหญ่ ได้แก่ อุตสาหกรรม ธุรกิจออนไลน์ งานบริการ โซเชียลมีเดีย ข้อมูลข่าวสาร ธุรกรรมการเงิน และ แอปคอมพิวเตอร์ · อีกลักษณะที่มีการแบ่งออกมาคือ ระดับของแพลทฟอร์ม โดยจะแบ่งเป็น ระดับ ซุปเปอร์ ขนาดใหญ่ กลาง และขนาดเล็ก โดยแบ่งตามฐานผู้ใช้งาน ประเภท และสเกลของการใช้งาน · ในระดับซุปเปอร์ จะเป็นแพลทฟอร์มกลุ่มที่มีผู้ใช้งานมากกว่า 500 ล้านคนขึ้นไป รวมถึงมีขอบเขตของธุรกิจในระดับที่กว้างมาก และเป็นตลาดที่มีมูลค่ามากกว่า 1 ล้านล้านหยวน · สำหรับแพลทฟอร์มระดับ ซุปเปอร์ เข้าข่ายของแพลทฟอร์มยอดนิยมโดยบริษัทไอทียักษ์ใหญ่อย่าง Alibaba Tencent Baidu และล่าสุดคือ Meituan และ Bytedance ที่เหลือก็จะเป็นแพลทฟอร์มที่มีขนาดสเกลลดหลั่นกันลงมา จากข้อมูลปี 2020 ตลาดแพลทฟอร์มในจีนมีมูลค่ามากถึง 3.5 ล้านล้านเหรียญ และก็จะเติบโตขึ้นอีกมากหลังจากนี้ด้วย อย่างไรก็ตาม ทางการจีนก็ได้เพิ่งลงโทษต่อบริษัทยักษ์ใหญ่อย่างเช่น Alibaba Tencent Meituan คงต้องรอดูมาตรการจัดเรตติ้งต่างๆที่จะเกิดขึ้นหลังจากนี้ด้วยว่าจะเป็นอีกรูปแบบของการควบคุมการใช้งานแพลทฟอร์มในจีนหรือไม่อย่างไร ที่มา https://technode.com/2021/11/01/china-proposes-a-rating-system-for-internet-platforms/

ส่อง 10 อันดับ เมืองธุรกิจสตาร์ทอัพ 2021 มีจีนติดกี่เมือง

ส่อง 10 อันดับ เมืองธุรกิจสตาร์ทอัพ 2021 มีจีนติดกี่เมือง

แน่นอนว่า สำหรับธุรกิจสตาร์ทอัพ ไม่มีที่ไหนเกินไปกว่า “ซิลิคอนวัลเลย์” ของสหรัฐอเมริกาซึ่งครองแชมป์ด้านนี้มาตลอด และยังเป็นศูนย์กลางสำคัญของธุรกิจด้านเทคโนโลยี อินเทอร์เน็ต และดิจิทัล ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก ซึ่งตามรายงานงานจาก Startup Genome and the Global Entrepreneurship Network ได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับ 10 อันดับของเมืองแห่งธุรกิจสตาร์ทัพในปี 2021 โดยพิจารณาจากองค์ประกอบต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น สิ่งแวดล้อมในการทำธุรกิจ จำนวนของธุรกิจสตาร์ทอัพ การเติบโตของธุรกิจ ความสำเร็จทางธุรกิจ และปัจจัยอื่นๆ ซึ่งทั้ง 10 อันดับ ได้แก่ 1.ซิลิคอน วัลเลย์ 2.(ร่วม) ลอนดอน 2.(ร่วม) นิวยอร์ก 4.ปักกิ่ง 5.บอสตัน 6.ลอส แองเจลิส 7.เทลอาวิฟ 8.เซี่ยงไฮ้ 9.โตเกียว 10.ซีแอตเทิล สำหรับจีน มีเมืองที่ติดอันดับอยู่ 2 เมือง ซึ่งเป็นมหานครสำคัญทั้งคู่ นั่นคือ กรุงปักกิ่ง และ เซี่ยงไฮ้ โดยอันดับของเซี่ยงไฮ้นั้นอยู่ที่ 8 อย่างเหนียวแน่นมา 3 ปีติดต่อกัน ในขณะที่ปักกิ่งเคยขึ้นไปติดในอันดับที่ 3 เมื่อปี 2019 ก่อนจะตกลงมาอยู่อันดับที่ 4 ส่วนเมืองอื่นๆในจีนที่มีอันดับน่าสนใจคือ เซินเจิ้น ที่ไต่ขึ้นมาสู่อันดับที่ 19 ได้ และมีแนวโน้มที่จะเติบโตขึ้นอีกในอนาคต ที่มา https://startupgenome.com/report/gser2021

นับถอยหลัง งานแสดงสินค้านำเข้า EXPO ที่เซี่ยงไฮ้

นับถอยหลัง งานแสดงสินค้านำเข้า EXPO ที่เซี่ยงไฮ้

เรียกว่าเป็นอีกหนึ่งงานใหญ่ทางธุรกิจส่งท้ายปี 2021 ที่สุดวุ่นวาย สำหรับงานแสดงสินค้านำเข้า Expo ครั้งที่ 4 CIIE ที่มหานครเซี่ยงไฮ้ ซึ่งเป็นงานใหญ่ที่จะดึงดูดภาคธุรกิจมากกว่า 3,000 กลุ่ม จาก 127 ประเทศทั่วโลกเข้าร่วมในงานนี้ งานจะเริ่มในวันที่ 5-10 พ.ย. ที่จะถึงนี้ โดยจัดที่ ศูนย์แสดงสินค้าที่เซี่ยงไฮ้ บนพื้นที่ราว 366,000 ตารางเมตร ซึ่งได้มีการขยายพื้นที่เพิ่มขึ้นจากปีก่อน โดยในงานจะมีกลุ่มเทรดดิ้งมากกว่า 39 กลุ่มใหญ่และกลุ่มย่อยอีก 599 กลุ่ม เข้าร่วมในงาน รวมถึงองค์กรธุรกิจมากกว่า 58 ประเทศที่จะเข้าร่วมด้วย ล่าสุด เส้นทางขนส่งสินค้าทางรถไฟสาย จีน-ยุโรป ที่ร่วมกับ CIIE ได้มาถึงเซี่ยงไฮ้พร้อมกับสินค้ามากกว่า 35 ตู้คอนเทนเนอร์ พร้อมจัดแสดงแล้ว คาดว่างานนี้จะมีส่วนช่วยกระตุ้นภาคเศรษฐกิจ นำเข้าส่งออกของจีน ในขณะเดียวกันยังมีมาตรการคุมเข้มเรื่องการเดินทางเข้าออกและป้องกันการแพร่เชื้อโควิด-19 ที่จะนำมาใช้ด้วย ที่มา https://www.chinadaily.com.cn/a/202111/01/WS617f625aa310cdd39bc72915.html

สีจิ้นผิงกระตุ้นประเทศพัฒนาแล้ว เป็นตัวอย่างลดการปล่อยมลพิษ

สีจิ้นผิงกระตุ้นประเทศพัฒนาแล้ว เป็นตัวอย่างลดการปล่อยมลพิษ

สีจิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน กระตุ้นกลุ่มประเทศพัฒนาแล้วเป็นตัวอย่างนำการตัดลดการปล่อยมลพิษ สีเข้าร่วมการประชุมสุดยอดคณะผู้นำกลุ่มประเทศจี20 (G20 Leaders’ Summit) ครั้งที่ 16 ผ่านระบบวิดีโอและกล่าวว่ากลุ่มประเทศพัฒนาแล้วควรรับรองอุปสรรคพิเศษและข้อกังวลของกลุ่มประเทศกำลังพัฒนา กลุ่มประเทศพัฒนาแล้วดำเนินการตามข้อผูกพันการสนับสนุนทางการเงินเพื่อสภาพภูมิอากาศ และจัดสรรเทคโนโลยี การสร้างศักยภาพ และการสนับสนุนอื่นๆ แก่กลุ่มประเทศพัฒนาแล้ว “นี่เป็นสิ่งสำคัญยิ่งยวดต่อความสำเร็จของการประชุมสมัชชาภาคีกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิภาค สมัยที่ 26 (COP26) ที่กำลังจะจัดขึ้น” อนึ่ง การประชุมสมัชชาภาคีกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิภาค สมัยที่ 26 จะจัดขึ้นที่ เมืองกลาสโกว์ของสกอตแลนด์ในวันอาทิตย์ (31 ต.ค.) ตามเวลาท้องถิ่น สีกล่าวว่ากลุ่มประเทศจี20 ต้องยึดหลักรับผิดชอบร่วมในระดับที่แตกต่าง (CBDR) ผลักดันการดำเนินงานตามข้อตกลงปารีสอย่างเต็มกำลัง และสนับสนุนการประชุมซีโอพี26 และการประชุมซีโอพี15 (COP15) (การประชุมซีโอพี15 หมายถึงการประชุมสมัชชาภาคีอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยความหลากหลายทางชีวภาพ สมัยที่ 15) จีนได้ดำเนินความรับผิดชอบระหว่างประเทศอย่างสอดคล้องกับเงื่อนไขของประเทศตลอดมา และเดินหน้าการเปลี่ยนผ่านเศรษฐกิจที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และมุ่งมั่นดำเนินการด้านสภาพภูมิอากาศ ช่วงสิบปีที่ผ่านมา จีนลดกำลังการผลิตติดตั้งพลังงานจากการเผาไหม้ถ่านหินลง 120 ล้านกิโลวัตต์ และสีเผยว่าจีนยังก่อสร้างสถานีพลังงานลมและแสงอาทิตย์ชุดแรกที่มีกำลังการผลิตติดตั้งรวม 100 ล้านกิโลวัตต์ด้วย สีเน้นย้ำว่าจีนจะมุ่งมั่นบรรลุเป้าหมายปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์แตะระดับสูงสุดก่อนปี 2030 และปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์เป็นศูนย์ก่อนปี 2060 “เราจะรักษาคำพูดด้วยการลงมือทำงานกับทุกประเทศ เพื่อก้าวเดินบนเส้นทางการพัฒนาที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ปล่อยคาร์บอนต่ำ และยั่งยืน” สีกล่าว https://www.xinhuathai.com/china/239689_20211031

ตลาด NFT อาจสะเทือน จีนเตรียมหนุนแทนคริปโต

ตลาด NFT อาจสะเทือน จีนเตรียมหนุนแทนคริปโต

ที่จริงแล้วสำหรับคนที่ติดตามข่าวสารในวงการคริปโตก็น่าจะทราบกันดีอยู่แล้วว่า ทางการจีนมีความพยายามอย่างมากที่จะทำการปราบคริปโตหรือไม่ก็ผลักดันเงินดิจิทัลสกุลหยวนและเงินดิจิทัลที่ตนเองสามารถควบคุมได้มากกว่าคริปโตขึ้นมาแทนที่ อีกทั้งยังมีปัญหาเรื่องที่จีนกังวลเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมในประเทศ และการขุดเหมืองคริปโตที่จำเป็นต้องใช้พลังงานไฟฟ้าสูง ขัดกับแนวทางของจีนในเวลานี้ ล่าสุดเมื่อช่วงปลายเดือนกันยายนที่ผ่านมา ทางการจีนได้ออกมาประกาศแล้วว่า บรรดาธุรกรรมที่ใช้คริปโตทั้งหมด เป็นการ “ผิดกฎหมายในประเทศจีน” แต่เอาเข้าจริงแล้วจีนก็ได้ผลักดันเงินหยวนดิจิทัลออกมาใช้งานตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา แล้วยังมีการจับตามองในตลาดดิจิทัลอื่นๆ โดยเฉพาะด้าน NFT ที่กำลังมาแรงมากขึ้นเรื่อยๆในเวลานี้ ในฐานะของสินทรัพย์ดิจิทัลที่เป็นทางเลือกบนโลกอินเทอร์เน็ต ในขณะที่แพลทฟอร์มดังอย่าง Alibaba ก็มีการเข้าสู่ตลาด NFT โดยเน้นซื้อขายสิ่งที่เป็นทรัพย์สินทางปัญญาบนอินเทอร์เน็ต ซึ่งในเวลานี้ที่กำลังมาแรงมากก็เช่นกลุ่มงานศิลปะ ดนตรี และงานประเภทที่ผลิตขึ้นมามีชิ้นเดียว และสามารถฝังในโลกอินเทอร์เน็ตได้ คำถามที่น่าสนใจคือ แล้วจีนจะทำการซื้อขาย NFT กันยังไงบ้าง??? ตอนนี้มีแอปฟีเจอร์ย่อยของ WeChat คือ Bit Universe ที่เราสามารถเข้าไปลงเงินซื้อขายแลกเปลี่ยน NFT กันได้ ซึ่งทาง WeChat ก็เป็นฟีเจอร์สำคัญอันดับต้นๆที่บริษัท Tencent พัฒนาขึ้นมา เรียกได้ว่าทางบริษัทยักษ์ใหญ่ของจีนก็กำลังบุกสู่ตลาดนี้เต็มตัวแล้ว เช่นเดียวกับทาง Alibaba ดังนั้นมันไม่ใช่ว่า จีนต่อต้านคริปโต เพียงแต่ที่น่าจับตามองคือพวกเขากำลังพัฒนาและขยายเงินดิจิทัลที่พวกเขาจะ “สามารถควบคุมได้” มากกว่าคริปโต แล้วยังมีแผนที่จะพัฒนาให้มันขยายออกไปในอนาคต ในแง่ของการทำธุรกรรมออนไลน์ได้จริง รวมถึงการมีมูลค่าซื้อขายที่จะทำให้สินทรัพย์จำนวนมากเข้ามาอยู่ในเส้นทางนี้มากขึ้นอีก สำหรับการลงทุนใน NFT อาจจะเป็นทางออกใหม่ๆที่นอกเหนือจากการลงทุนในบิทคอยน์ และเป็นสินทรัพย์ที่มีมูลค่าในตัวเอง และเป็นทางเลือกของบรรดา Content Creator หรือศิลปินต่างๆให้พัฒนาผลงานและเผยแพร่ผลงานที่จะสร้าง “รายได้” ที่มากขึ้นต่อพวกเขาในอนาคตด้วย เพราะมันคือการขายผลงานให้กับคนทั่วโลกที่เข้ามาซื้อขายในระบบ แม้ว่าจีนจะใช้แนวทางปกครองแบบคอมมิวนิสต์ที่ค่อนไปทางเผด็จการรวมอำนาจ แต่ในทางปฏิบัติแล้วพวกเขาก็มีความยืดหยุ่นทางเศรษฐกิจและการกระจายอำนาจบางอย่างสู่ท้องถิ่นที่น่าสนใจเหมือนกัน คงต้องรอดูกันว่าอนาคตของ NFT จะเป็นอย่างไรต่อไป แต่ที่แน่ๆคือตลาดนี้น่าจะได้รับการจับตามองอย่างมากสำหรับนักลงทุนในฐานะสินทรัพย์ดิจิทัลรูปแบบใหม่ที่เปิดโอกาสให้รายย่อยมากขึ้น https://technode.com/.../alibaba-sells-nft-mooncakes.../

bottom of page