อย่าตกขบวน เพราะยุคของ E-Commerce จีนเพิ่งแค่เริ่มต้น

ผู้ประกอบการไทยที่คิดว่า การทำธุรกิจด้วยช่องทาง E-Commerce เป็นเรื่องใหม่ วุ่นวาย หรืออาจมีข้อสงสัยว่า เอ แล้วอีกไม่กี่ปีมันจะตกกระแสหรือเปล่านั้น วันนี้ทางเพจจึงอยากนำรายงานของนักการตลาดแบบ Digital ของอังกฤษซึ่งได้เข้าไปทำงานอยู่ที่เซี่ยงไฮ้แล้วมีโอกาสเข้าไปดูงานของบริษักยักษ์ใหญ่จีนหลายแห่งไม่ว่าจะเป็น Tencent และเครือ Alibaba จนได้ข้อสรุปว่า ยุคของ E-Commerce เพิ่งจะเริ่มต้นเท่านั้นเอง และตลาดจีนเป็นสิ่งที่ทั่วโลกไม่ควรตกขบวน ใครๆก็ยังสามารถเข้ามาได้ อันที่จริงเชื่อว่าหลายคนรู้จักและศึกษาเรื่อง E-Commerce กันมาในหลากหลายมิติแล้ว แต่อาจมีความกังวลหรือสงสัยในทิศทางของ E-Commerce จีนว่าจะไปต่อได้ไกลขนาดไหนนั้น จากรายงานที่ทางเพจได้รวบรวมจากผู้เชี่ยวชาญมา ก็พบว่า มีการวิเคราะห์ถึงทิศทางของจีนในฐานะที่เป็นตลาด E-Commerce ที่ใหญ่ที่สุดในโลกเวลานี้ว่ามีความเป็นอัตลักษณ์เฉพาะตัวที่แตกต่างจากประเทศอื่นๆ แล้วจะกลายเป็นแหล่งสำคัญที่ทั่วโลกจะต้องจับตามองแล้วใช้เป็นกรณีศึกษา เพราะผู้บริโภคของจีนไม่เหมือนที่อื่นๆ เพียงแค่ย้ายเมืองหรือไปมณฑลอื่น ลักษณะความชอบ รสนิยม พฤติกรรมของผู้คนก็แตกต่างกันแล้ว การตลาดแบบ Digital ในจีนที่สามารถประสบความสำเร็จได้มากขึ้นเรื่อยๆ ในขณะที่ตลาดในอเมริกาและยุโรปเริ่มซบเซาลงนั้น มีส่วนมาจากพฤติกรรมและการใช้ชีวิตของคนจีนเองที่ให้ความเชื่อถือในระบบ E-Payment ซึ่งเข้ามาช่วยทำให้สังคมจีนเข้าสู่สังคมไร้เงินสดแทบจะเต็มตัว ไปจนถึงผู้ประกอบการของจีนเองที่เล็งเห็นโอกาสในการพัฒนานวัตกรรมที่เอื้อต่อคนจีนโดยเฉพาะ แล้วไม่เพียงแค่การพัฒนาระบบ E-Payment เท่านั้น แต่ยังรวมถึงนวัตกรรมต่างๆ และแนวคิดของคนจีนในแบบที่พร้อมจะประยุกต์ทุกอย่างให้ใช้งานได้เหมาะสมกับประเทศจีนเอง ดังคำกล่าวอมตะของเติ้งเสี่ยวผิง อดีตผู้นำจีนที่ว่า “แมวจะสีใด หากจับหนูได้ก็คือแมวที่ดี” เพราะมีชุดความคิดนี้เป็นหลักพื้นฐาน ทำให้บริษัทต่างๆในจีนแข่งขันการพัฒนานวัตกรรมที่จะเอื้อต่อวิถีการบริโภคทาง E-Commerce ไปด้วย ซึ่งก็นำไปสู่การประยุกต์ใช้ Online และ Offline สำหรับช่องทางการจำหน่ายสินค้า ที่เรียกว่า O2O อีกด้วย ทั้งนี้ ตามรายงานของ Statista ล่าสุด ในปี 2017 ได้ระบุว่าการจำหน่ายสินค้าผ่านค้าปลีกออนไลน์ของจีนพุ่งสูงถึง 499,150 ล้านเหรียญสหรัฐ แล้วยังคาดการณ์ว่าภายในปี 2022 จะพุ่งไปแตกที่ 900,000 ล้านเหรียญด้วย นอกจากนี้ การจัดโปรโมชั่น หรือเทศกาลวันช็อปปิ้งแบบลดกระหน่ำต่างๆ ไปจนถึงจัดธีมงานที่ดึงความสนใจของสังคมเอง ก็มีส่วนกระตุ้นยอดการจับจ่ายซื้อของในวันนั้นๆ ตัวอย่างเช่น ความสำเร็จของการตั้งวันเทศกาลคนโสด หรือ วันบอกรัก ซึ่งทั้งหมดนี้เริ่มกระแสมาจากในโซเชียลและอินเทอร์เน็ตจีนทั้งสิ้น แล้วทางผู้ให้บริการเว็บไซต์ก็นำมาใช้เป็นจุดขายในการนำเสนอสินค้าทางเว็บต่อ เช่นโปรโมชั่นวันคนโสดที่ Alibaba จัดขึ้น ผลคือสามารถทำยอดขายผ่านทาง Tmallชนิดเป็นสถิติกันมาแล้ว กุญแจสำคัญอีกข้อหนึ่งที่สำคัญคือ การพัฒนา M-Commerce ที่นับว่าตอบโจทย์ต่อวิถีชีวิตคนจีนมากในการเลือกจับจ่ายซื้อสินค้าผ่านมือถือที่แทบจะกลายเป็นอุปกรณ์ที่ชีวิตประจำวันขาดไม่ได้ไปแล้วนั่นเอง อย่างไรก็ตาม ไม่ได้หมายความว่าทุกสินค้าที่นำไปขายในช่องทาง E-Commerce ของจีนจะประสบความสำเร็จเสมอไป แต่ขึ้นอยู่กับคุณภาพสินค้าไปจนถึงความเป็น Unique เฉพาะตัวของสินค้าเอง ซึ่งในการวิจัยตลาดจีนพบว่านี่คือกุญแจสำคัญของความสำเร็จในบรรดาสินค้าและแบรนด์ที่เข้าไปเจาะตลาดจีนนับตั้งแต่ปี 2014 เป็นต้นมา ซึ่งก็จะได้มีการศึกษาและวิจัยกันต่อไปครับ #คิดถึงการตลาดจีน คิดถึง Level Up Thailand# ต้องการตรวจความพร้อมก่อนบุกตลาดจีน สามารถอ่านบทความ “ตรวจความพร้อมก่อนไปตลาดจีน” ได้ที่ https://www.levelupthailand.com/single-post/chinamarketing-checklist-full หรือ อยากทราบภาพรวมของการตลาดออนไลน์จีนสามารถอ่านบทความ “บุกตลาดจีนด้วยการตลาดออนไลน์จีน” ได้ที่ https://www.levelupthailand.com/single-post/การตลาดออนไลน์จีน ต้องการคำปรึกษาหรือดูบริการแพ็คเกจบริการการตลาดจีนเริ่มต้นได้ที่ www.levelupthailand.com/sme2 ทั้งนี้ถ้าต้องการให้เราเขียนเพิ่มเติมด้านไหนสามารถ Comment มาได้เลยนะครับ

levelupthailand | China Marketing บริการทำการตลาดจีน
E-Book บุกตลาดจีน | ประเทศไทย | China Marketing บริการทำการตลาดจีน
call level up china
  • facebook level up china
  • line level up china

บริษัท เลเวลอัพ โฮลดิ้ง จำกัด ​ I  สวนเพลิน มาร์เก็ต ชั้น 3 3654 ถนนพระรามที่ 4 คลองตัน คลองเตย กทม 10110