ปัญหาของแบรนด์เนม Luxury หลังยุคโควิด-19

กลายเป็นคำถามสำคัญสำหรับ แบรนด์ Luxury ยี่ห้อดังๆทั่วโลกในเวลานี้คือ สินค้ากลุ่มฟุ่มเฟือยยังเป็นที่ต้องการอีกหรือไม่ มีการวิเคราะห์จากเพจทางด้านการตลาดของจีนหลายแห่ง หนึ่งในนั้นคือ Jingdaily ที่ให้ข้อคิดไว้อย่างน่าสนใจ อาทิ 1.ราคา คือ ช่องว่างสำคัญระหว่างสินค้าแบรนด์เนมจากจีนและตะวันตก โดยเฉพาะการสั่งของเข้ามาจากต่างประเทศ ค่าภาษี และอื่นๆ 2.การระบาดของโรคโควิด-19 ส่งผลต่อธุรกิจกลุ่มสินค้าฟุ่มเฟือย โดยเฉพาะในเมืองระดับ Tier3-4 ที่คนมีรายได้ปานกลางและระดับล่างเป็นหลัก 3.การแบนสินค้าจากตะวันตก จากกรณีผ้าฝ้ายซินเจียง ส่งผลกระทบในแง่ภาพลักษณ์ของแบรนด์ตะวันตกในภาพรวมไปด้วย 4.ที่จริงแล้วมีข้อมูลว่า คนจีนราว 75% ของทั้งประเทศ ใช้ง่ายเงินไปกับสินค้าแบรนด์เนมที่มีชื่อเสียงในระดับ Top-Tier คาดว่าเป็นผลมาจาก “การอั้น” ของผู้บริโภคในจีน 5.ตามข้อมูลของบรรดา KOL ในจีน ที่ทำงานกับแบรนด์เนมหรูจากตะวันตก พบว่าธุรกิจนี้มีการเติบโตอย่างมาก แต่ตลาดในจีนยังมีความยากกว่าในยุโรปและสหรัฐ โดยเฉพาะในแง่ของ “พื้นที่” และ “ความต้องการสินค้ากับร้านค้า Local” 6.ตัวอย่างเช่น Hermes เป็นกระเป๋าแบรนด์เนมที่มีความต้องการสูงมากในตลาดจีน แต่ร้านค้าท้องถิ่นยังมีข้อจำกัดอยู่ ทำให้ผู้บริโภคไม่สามารถหาสินค้าที่ต้องการได้ตามร้าน Local 7.Demand ของสินค้ากลุ่ม Luxury ในจีน ต้องระวังภาพลวงตาจากเมืองระดับ Tier1-2 ที่มีความต้องการอยู่สูง กับเมืองระดับ Tier3-4 ที่มีความเสี่ยงสูงกว่าในแง่ของกำลังซื้อที่ลดลงมาก 8.ช่องว่างระหว่างร้านค้า Local กับร้านใหญ่ๆในเมืองใหญ่ของจีนยังมีมากเกินไป แม้ว่าช่องทางออนไลน์จะช่วยให้เข้าถึงผู้บริโภคได้ทั่วประเทศก็ตามที แต่ผู้บริโภคในจีนจำนวนหนึ่งยังไปมองหาสินค้ากับร้าน Local อยู่ และมีกรณีของการสั่งสินค้า ที่ร้าน Local ในมณฑลนั้นขาดของ ทำให้ค่าขนส่งของสินค้าจากเมืองใหญ่มีราคาเพิ่มขึ้นมา 9.WeChat ยังเป็นแพลทฟอร์มหลักในการใช้ซื้อของและการทำตลาดเชิงรุกสำหรับแบรนด์เนม Luxury น่าสนใจว่า ตลาดแบรนด์เนมในจีน เป็นอีกหนึ่งกลุ่มที่มีตัวแปรไม่น้อย และแบรนด์เนมที่จะจับตลาดในจีนคงต้องระวังดราม่ากรณีเชื้อชาติมากขึ้น ที่มา https://jingdaily.com/daigou-market-china-post-pandemic/

ปัญหาของแบรนด์เนม Luxury หลังยุคโควิด-19